กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ลักษณะสภาพอากาศตั้งแต่เดือนส.ค.-พ.ย. ประเทศไทยจะเผชิญกับความเสี่ยงฝนตกมากขึ้นจาก 4 ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งทำให้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) มีคำสั่งให้เร่งระบายน้ำเพื่อรองรับฝนตกหนักขึ้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
จากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ โดยเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ล่าสุด ปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกือบ 50%
ยุโรป กำลังเผชิญภัยแล้ง ครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 500 ปี
ทั้งนี้ กรมชลประทานรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2565 มีปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ คิดเป็น 63% เมื่อเทียบกับปีก่อน 51% แต่กรากฏว่ามีอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาตรมากกว่า 80% จำนวน 2 แห่ง คือ เขื่อนแม่งัดบำรุงชล และเขื่อนกิ่วลม อีกทั้งมีอ่างเก็บน้ำที่เริ่มมีปริมาตรน้ำ 51-80% มากถึง 27 แห่ง
จากปริมาตรน้ำในเขื่อนและจะเผชิญกับปรากฏการณ์ที่ส่งผลให้ปริมาณฝนในไทยมากขึ้น มีดังนี้
ปรากฏการณ์ El Nino Southern Oscillation (ENSO)
ขณะนี้ปรากฎการณ์เอนโซอยู่ในสภาวะลานีญา (Nino 3.4= -1.0) จากแบบจําลองการพยากรณ์ ENSO index ของศูนย์ต่างๆ ทั่วโลก การพยากรณ์ความน่าจะเป็นของสถานการณ์ ENSO และการพยากรณ์อุณหภูมิผิวน้ําทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรที่มีค่าต่ํากว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 จนถึงต้นเดือนสิงหาคม 2565 ประกอบกับเมื่อวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการทางสถิติและแบบจําลองแล้ว คาดว่า ปรากฏการณ์เอนโซจะอยู่ในสภาวะลานีญาต่อเนื่องไปถึงช่วงเดือนธันวาคม 2565 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2566
ปรากฏการณ์ Indian Ocean Dipole (IOD)
ปรากฏการณ์ IOD หรือดัชนีวัดค่าความผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ําทะเล อันเนื่องมาจากการอุ่นขึ้นหรือเย็นตัวอย่างผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนใต้ด้านตะวันออกของมหาสมุทรอินเดียบริเวณเขตศูนย์สูตร (EAST) กับอุณหภูมิผิวน้ําทะเลบริเวณด้านตะวันตกของมหาสมุทรอินเดียเขตศูนย์สูตร (WEST) ดังรูปที่ 3 เรียกว่าปรากฏการณ์ Indian Ocean Dipole จากแบบจําลองการพยากรณ์ IOD index การพยากรณ์ความน่าจะเป็นของสถานการณ์ IOD และการพยากรณ์อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรอินเดีย ดังรูปที่ 4
พบว่า ช่วงเดือนที่ผ่านมา ปรากฏการณ์ IOD มีสถานะลบ (Negative) โดยมีดัชนีชี้วัดลดต่ําสุดถึง -1.15°C ซึ่งถือว่ามีค่าดัชนีชี้วัดต่ําที่สุด นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา และคาดว่าจะมีสถานะลบมากขึ้น (Strong Negative) โดยเฉพาะในช่วงเดือนกันยายนต่อเนื่องไปจนถึงเดือนตุลาคม โดยทั่วไปปรากฏการณ์ Negative IOD จะทําให้ปริมาณฝนบริเวณประเทศไทยเพิ่มขึ้นในช่วง 3 เดือนนี้
MJO เป็นปรากฏการณ์ขนาดใหญ๋ที่เกิดควบคู่กันระหว่างการไหลเวียนของบรรยากาศกับการยกตัวของอากาศในเขตร้อนกินเวลาประมาณ 30-90 วัน โดยจะมีการเคลื่อนตัวทางตะวันออก ซึ่งจะสัมพันธ์กับการเกิดฝนที่ผิดปกติ โดยปรากฏการณ์ MJO มีกําลังอ่อนอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม และได้เคลื่อนตัวทางตะวันออกมาก่อตัวใหม่บริเวณทวีปแอฟริกา
จากแบบจําลองการพยากรณ์ดัชนีMJO พบว่าในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม MJO จะมีกําลังแรงขึ้นขณะเคลื่อนเข้าสู่บริเวณมหาสมุทรอินเดีย จากนั้นจะอ่อนกําลังลงและเคลื่อนเข้าสู่บริเวณ Maritime Continent ในช่วงต้นเดือนกันยายน ดังรูปที่ 5 ซึ่งภาพรวมของการพยากรณ์ค่า OLR ดังรูปที่ 6 คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์ MJO จะส่งผลให้ประเทศไทย มีปริมาณฝนมากกว่าปกติเล็กน้อยในช่วงเดือนกันยายน หลังจากนั้นยังคงต้องเฝ้าติดตามปรากฏการณ์ MJO อย่างใกล้ชิดต่อไป
ลมมรสุม (Monsoon)
ลมมรสุม คือลมที่พัดตามฤดูกาล (ลมประจําฤดู) เป็นลมแน่ทิศและสม่ําเสมอ โดยประเทศไทยอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุม 2 ชนิด คือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้(Southwest Monsoon) และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeast Monsoon) มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทย ระหว่างกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม มีแหล่งกําเนิดจากบริเวณความกดอากาศสูงในซีกโลกใต้บริเวณมหาสมุทรอินเดีย
มรสุมนี้จะนํามวลอากาศชื้นจากมหาสมุทรอินเดียมาสู่ประเทศไทย ทําให้มีเมฆมากและฝนชุกทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามบริเวณชายฝั่งทะเล และเทือกเขาด้านรับลมจะมีฝนมากกว่าบริเวณอื่น
หลังจากหมดอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้แล้ว ประมาณกลางเดือนตุลาคมจะมีมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทย จนถึงกลางเดือนกุมภาพันธื มรสุมนี้มีแหล่งกําเนิดจากบริเวณความกดอากาศสูงบนซีกโลกเหนือ ประเทศมองโกเลียและจีน จากดัชนีลมมรสุม WYMI WNPI และ ISMI ในรูปที่ 7 ช่วงเดือนสิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา พบว่าค่าเฉลี่ยดัชนีมรสุมแสดงให้เห็น ลมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกําลังแรงกว่าค่าปกติและผลการคาดหมายลมที่ระดับ 850hPa (1,500 เมตร) ช่วง 4 สัปดาห์ข้างหน้า มีดังนี้
สัปดาห์ที่ 1 (รูปที่ 8) มีลมตะวันตกที่มีกําลังแรงกว่าค่าปกติพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ส่วนทางภาคใต้มีลมตะวันออกเฉียงเหนือที่มีกําลังแรงกว่าค่าปกติพาดผ่าน โดยสัปดาห์ที่2 (รูปที่ 9) มีลมตะวันออกที่มีกําลังแรงกว่าค่าปกติพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ส่วนทางภาคใต้มีลมตะวันออกเฉียงเหนือที่มีกําลังแรงกว่าค่าปกติพาดผ่าน
ส่วนสัปดาห์ที่ 3 (รูปที่ 10) มีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่มีกําลังแรงกว่าค่าปกตพาดผ่านประเทศไทยตลอดทั้งประเทศ และสัปดาห์ที่ 4 (รูปที่ 11) มีลมตะวันออกที่มีกําลังแรงกว่าค่าปกติพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ส่วนทางภาคใต้มีลมตะวันตกที่มีกําลังแรงกว่าค่าปกติพาดผ่าน ลักษณะดังกล่าวส่งผลให้เดือนกันยายน ประเทศไทยตอนบนมีปริมาณฝนใกล้เคียงค่าปกติ ส่วนภาคใต้มีฝนสูงกว่าค่าปกติเล็กน้อย (เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของช่วงดียวกัน ในช่วงปี 2534-2563)
วอลเลย์บอลหญิงไทย ซ้อมเตรียมความพร้อมเจอเจ้าภาพ ฟิลิปปินส์ ศึก AVC CUP 2022
เช็กสถิติวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย พบ ฟิลิปปินส์ ศึก AVC CUP 2022