พ่อและย่าของน้องเจ้าขาเด็กหญิงวัย 3 ขวบที่ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมด้วยประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรบางบัวทอง เพื่อขอให้ติดตามความคืบหน้าของคดีนี้
โดยพ่อของน้องเจ้าขา เล่าว่า ตนเองกับภรรยาแยกทางกันเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยภรรยา ยืนยันจะเอาลูก 2 คน น้องเจ้าขา ลูกสาวคนโต อายุ 3 ขวบ 4 เดือน และน้องพีพี ลูกชาย อายุ 2 ขวบ 1 เดือน ไปเลี้ยง ต่อมาเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม น้องพีพี เสียชีวิต
หลังจากแยกไปอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยง ได้เพียง 3 วัน ซ้ำร้ายต่อมายังพบว่า น้องเจ้าขา ถูกทำร้ายสาหัสต้องผ่าตัดสมอง เสี่ยงพิการตลอดชีวิต ภายหลังทราบว่า อดีตภรรยา และพ่อเลี้ยง นำตัวลูกสาวไปส่งรักษาที่สถาบันสุขภาพเด็ก จากนั้นก็ทิ้งไป กระทั่งตนเองพร้อมกับย่าของเด็กเดินทางมาจากจังหวัดชลบุรี มาดูอาการของลูกสาว
ด้านย่าของเด็ก เล่าว่า วันที่ย่ามาเห็นหลานครั้งแรกที่โรงพยาบาล หลานหน้าดำคล้ำ เหมือนไม่ใช่หลานตนเอง โดยวันที่เข้ามารักษา น้องมีอาการชักเกร็ง เลือดคั่งในสมองชั้นนอก เลือดออกที่ตาข้างซ้าย ตามตัวมีรอยแผลฟกช้ำ เรื่องทำให้ตนเองไม่พอใจเป็นอย่างมาก และไม่ขออโหสิกรรมให้กับผู้ก่อเหตุในครั้งนี้
ทีมข่าว PPTV ลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านเอื้ออาทร บางบัวทอง อาคาร 17 เพื่อพูดคุยกับเพื่อนบ้านแม่ของน้องเจ้าขา โดยเพื่อนบ้านเล่าให้ฟังว่า มักได้ยินเสียงเด็กร้องไห้เป็นประจำ ขนาดตนเองอยู่ตึกฝั่งตรงข้ามยังได้ยินเสียง ส่วนพ่อเลี้ยงกับแม่น้องเจ้าขาเป็นคนไม่ค่อยมีมนุษย์สัมพันธ์กับใคร
ขณะที่ความคืบหน้าล่าสุด พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง ได้นำตัวแม่แท้ๆ และ พ่อเลี้ยงของน้องเจ้าขา ที่ถูกตั้งข้อหาว่าเป็นผู้ทำร้ายร่างกายมาสอบปากคำ เบื้องต้นทั้งคู่ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายน้องเจ้าขา
ด้านพ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผู้กำกับการ สภ.บางบัวทอง กล่าวว่า แม้คดีนี้ไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์ แต่มีพยานแวดล้อม เช่น เอกสารจากแพทย์ บุคคลที่อาศัยข้างใกล้เคียงกับบริเวณที่เกิดเหตุ รวมถึง มีข้อมูลจาก นักพัฒนาสังคม และนักจิตวิทยา ให้ความเห็น จึงขออำนาจศาลจังหวัดนนทบุรีอนุมัติหมายจับ
ส่วนกรณีของน้องพีพี วัย 2 ขวบ น้องชายที่เสียชีวิต ตำรวจรับแจ้งความแล้ว หากได้ผลชันสูตร ก็จะอายัดตัว และแจ้งข้อหาเพิ่มเติม คาดสัปดาห์หน้า จะสามารถแจ้งข้อหาเพิ่มได้