นายประจวบศักดิ์ อารมณ์ ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอบ้านผือ จ.อุดรธานีได้ประชุมกับชาวบ้าน หลังพระวัดใน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ได้ร้องเรียนไปยัง กอ.รมน.(ส่วนกลาง) ว่า มีกำนัน ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ชื่อ กำนันคาวบอย เข้าครอบครองพื้นที่ และบริหารจัดการเผาศพในสำนักสงฆ์ ป่าข้าวสาร หมู่ 10 ตำบลข้าวสาร อำเภอบ้านผือ แห่งนี้ตั้งแต่ปี 2559 โดยไม่ได้รับอนุญาต ซ้ำยังมีการเรียกเก็บเงินค่าเผาศพ รายละ 1,000 บาท จากญาติโยม ทำให้สำนักสงฆ์สูญเสียรายได้
ซึ่งสำนักสงฆ์แห่งนี้ มีพระอยู่เพียง 2 รูป จึงไม่กล้าขัดแย้งกับกลุ่มอิทธิพล สร้างความหวาดกลัว ขอให้ กอ.รมน.เข้ามาช่วยเหลือ
การประชุมครั้งนี้ นายคาวบอย หรือ กำนันคาวบอย กำนันตำบลข้าวสาร ได้เข้าร่วมประชุมด้วย กับ เจ้าอาวาส สำนักสงฆ์ป่าบ้านข้าวสาร เจ้าหน้าที่ อบต.และชาวบ้าน รวม 60 คน
พระสาทิพย์ เขมวีโร อายุ 42 ปี เจ้าอาวาสนำนักสงฆ์ป่าบ้านข้าวสาร เปิดเผยว่า บวชมา 22 พรรษา เดินทางมาจาก จ.อยุธยา มาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์ป่าบ้านข้าวสาร 7 ปี แล้ว แต่ที่ผ่านมา พระไม่เคยได้บริหาร ฌาปนกิจสถาน หรือ เมรุ ซึ่งอยู่ใกล้สำนักสงฆ์ แต่คณะกรรมการหมู่บ้าน ชุดเดียวเป็นผู้บริหาร จึงอยากให้มีการแก้ไข เพราะรู้สึกไม่โปรงใส
ด้าน กำนันคาวบอย บอกว่า พระเข้าใจผิด คิดว่าตนเป็นผู้มีอิทธิพล เรียกเก็บเงินศพละ 500 เอาไปใช้ส่วนตัว จริงๆ ไม่ใช่ การเก็บเงินจะเก็บในรูปแบบคณะกรรมการ 25 คน เก็บศพละ 500 บาท แต่เจ้าภาพบางคนอาจให้เพิ่มเป็น 1000 บาท แล้วแต่ความพอใจ ส่วนคนไม่มีเงิน ก็ไม่ได้เก็บค่าทำศพ โดยคณะกรรมการจะมีเหรัญญิก หมู่บ้านเป็นคนเก็บเงิน ทำบัญชี ตั้งแต่ปี 2560 มีเงินบริจาค 28,000 บาท ใช้จ่ายไป 25,000 กว่าบาท เหลือเป็นเงินสด 2000 กว่าบาท ยืนยันไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพล
หลังจากหารือ 1 ชั่วโมงครึ่ง ได้ผลสรุป ให้มีคณะกรรมการรูปแบบใหม่ รวมคณะกรรมการ จากทั้ง 2 หมู่บ้าน คือหมู่ 4 และหมู่ 10 และคณะกรรมการชุดใหม่จะเก็บรักษาเงิน โดยผู้ใหญ่บ้านและกำนันจะเป็นที่ปรึกษา ส่วนเมรุแห่งนี้ เกิดมาก่อนสำนักสงฆ์ ดังนั้นจะไม่มีการนำไปรวมกับสำนักสงฆ์ ขณะที่สำนักสงฆ์ ชาวบ้านมีมติร่วมกัน จะผลักดันให้เป็นวัดโดยสมบูรณ์