ผู้เสียหายที่ถูกหลอกรับซื้อกระท่อม เผยภาพนี้เหตุการณ์ที่หญิงที่อ้างชื่อว่า "ผู้กองเดียร์" เชิญนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มาร่วมงาน ซึ่งป้ายด้านหลังเขียนข้อความระบุว่า พิธีวางศิลาฤกษ์อนุสรณ์สถานวันปลดล็อกกระท่อมออกจากยาเสพติด ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ใน ต.น้ำพุ อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ในภาพยังมีคนแต่งชุดสข้าราชการสีกากีมาร่วมงานด้วย
หนึ่งในผู้เสียหายที่ถูก "ผู้กองเดียร์ "หลอกว่าจะรับซื้อต้นกระท่อม แต่จ่ายเงินไม่ครบและถูกเรียกเก็บค่าดำเนินการเล่าว่าได้รับเชิญไปร่วมงานนี้ด้วย ทำให้รู้สึกเชื่อสนิทใจว่า ผู้กองเดียร์ เป็นเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร ของกระทรวงการเกษตรตามที่มีการกล่าวอ้างจริง และยิ่งเชื่อว่าโครงการรับซื้อต้นกระท่อมส่งให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และคนในพรรคภูมิใจไทยนั้นเป็นเรื่องจริง
ซึ่งประเด็นเรื่องการไปร่วมงานดังกล่าวของนายสมศักดิ์ ทีมข่าวอยู่ระหว่างติดต่อสอบถามเรื่องนี้ ส่วนประเด็นเรื่องเสื้อที่ผู้กองเดียร์นำมาใส่เวลาไปรับซื้อต้นกระท่อมจากชาวบ้านนั้น ผู้เสียหายรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ผู้กองเดียร์ได้ไปเช่าห้องพักแห่งหนึ่ง และได้ทิ้งเสื้อ 2 ตัวไว้ในห้อง เมื่อตรวจสอบพบว่า มีเสื้อโปโลสีเหลือง ที่มีสัญลักษณ์กองทัพอากาศและข้อความ royal thai air force และยังมีเสื้อแจคเก็ตสีดำ ที่มีสัญลักษณ์กระทรวงเกษตรฯและมีข้อความที่เสื้อเขียนชื่อ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ซึ่งเสื้อลักษณะนี้ทีมข่าวตรวจสอบพบว่า เป็นเสื้อที่ทำแจกบุคคลทั่วไป
ส่วนประเด็นเรื่องที่ผู้กองเดียร์ไปหลอกเรียกเงินผู้เสียหายอ้างว่า สามารถช่วยให้เป็นทหารได้นั้น ล่าสุดผู้เสียหายได้ส่งภาพให้ทีมข่าวดูในวันที่ ผู้กองเดียร์ใส่เสื้อเหลือง สัญลักษณ์กองทัพอากาศ ไปพบหน่วยทหารที่ลูกชายผู้เสียหาย เป็นทหารเกณฑ์และต้องการสมัครสอบรับราชการทหารนายสิบ โดยได้นำเอกสารที่ระบุว่าตัวเองนั้นเป็นทหารยศร้อยเอกไปแสดง และยังมีภาพที่ไปพูดคุยใกล้ชิดกับทหาร รวมถึงนั่งโต๊ะดูการฝึกซ้อมด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ ยิ่งทำให้ผู้เสียหายเชื่อถือ
ทีมข่าวยังได้ข้อมูลจากตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายบอกว่า การสืบประวัติผู้กองเดียร์ พบว่า มีการแจกนามบัตรอ้างว่าตัวเอง ยังเป็นผู้จัดฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม ทำธุรกิจเกี่ยวกับกระท่อม แต่เมื่อไปดูพบว่า อยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีลักษณะคล้ายที่พักอาศัยและ ไม่มีป้ายบริษัทแต่อย่างใด ซึ่งตอนที่ไปดูก็ไม่พบว่า มีคนอาศัยอยู่แต่อย่างใด ล่าสุดทราบว่าได้บอกกับชาวบ้านว่ากำลังจะทำโรงงานบดกระท่อมด้วย ซึ่งไม่แน่ใจว่าโครงการมีอยู่จริง หรือเป็นการแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกรับซื้อกระท่อมจากชาวบ้านรายอื่น
ส่วนความคืบหน้าด้านคดี พบว่ายังมีผู้เสียหายทยอยไปแจ้งความ แต่ก็มีบางรายที่ไม่ได้ไปแจ้งความเพราะเชื่อว่าคงไม่ได้เงินคืน หนึ่งในนั้นเป็นผู้เสียหายใน จ.ชุมพร ที่ถูกหลอกซื้อต้นกระท่อมเช่นกัน สูญเงินไปประมาณ 1 ล้านบาท