เขื่อนเจ้าพระยาปักธงแดง เตือนเตรียมระบาย 3,000 ลบ.ม/วินาที


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ยังคงหน้าเป็นห่วง โดยระดับน้ำยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เขื่อนเจ้าพระยา ได้มีการปักธงแดง เพื่อแจ้งเตือนสถานการณ์วิกฤติ นอกจากนี้ทางด้าน กอนช. ยังได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำ หลังจากเขื่อนเจ้าพระยา รับมวลน้ำจากด้านเหนือเขื่อนเป็นจำนวนมาก ทำให้จึงมีความจำเป็นต้องระบายน้ำ ในอัตราไม่เกิน 3,000 ลบ.ม./วินาที

ล่าสุด นายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เลขานุการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้ออกประกาศเฝ้าระวัง ระดับน้ำบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 49/2565

 

กรมชลฯ เพิ่มระบายน้ำ เตือน 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

กรมชล คุมเข้มสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา-ป่าสัก

เขื่อนเจ้าพระยา ปรับเพิ่มระบายน้ำ ยัน ไม่กระทบกทม. แน่นอน

ตามที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีน้ำหลากจากทางตอนเหนือไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น โดยที่ สถานีวัดน้ำC.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีเกณฑ์ 3,077 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งปริมาณน้ำดังกล่าว จะไหลมารวมกับแม่น้ำสะแกกรัง และลำน้ำสาขา ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยา 

โดยกรมชลประทานได้พิจารณารับน้ำเข้าคลองฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกอย่างเต็มศักยภาพคลองที่สามารถรองรับน้ำได้ ปัจจุบันระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีระดับอยู่ที่ 17.64 เมตร/รทก. ซึ่งสูงกว่าระดับเก็บกัก 1.14 เมตร/รทก. เพื่อรักษาเสถียรภาพความมั่นคงของบาลระบายน้ำและตัวเขื่อนเจ้าพระยา กรมชลประทานจำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ให้อยู่ในเกณฑ์ 17.60 เมตร/รทก. ซึ่งจะส่งผลทำให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มขึ้น  อยู่ในอัตรามากกว่า 2,900-3,000 ลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2565 

ประกอบกับกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ได้คาดการณ์ระดับน้ำทะเลหนุน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ กรุงเทพมหานครฯ ป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ จังหวัดสมุทรปราการ และพื้นที่ใกล้เคียง จะเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ โดยระดับน้ำจะมีความสูงประมาณ 1.90-2.20 เมตร/รทก. ในช่วงวันที่ 8-13 ตุลาคม 2565 ซึ่งจะส่งผลทำให้ตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท อ.อินทร์บุรี และ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี อ.ป่าโมก และ อ.ไชโย คลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล อ.เสนา อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 0.10 – 0.15 เมตร บริเวณตั้งแต่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และ จ.สมุทรปราการ ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 0.15 – 0.30 เมตร ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวจึงของให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทางด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

สำหรับปัจจุบัน สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านจุดวัดอยู่ที่ 3,082 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่ สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.63 เมตร/รทก. มีระดับน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 16.77 เมตร/รทก. และเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 2,872 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงส่งผลทำให้ที่สถานีวัดน้ำ C.3 บ้านบางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี มีปริมาณน้ำไหลผ่านจุดวัดอยู่ที่ 2,689 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

 

คอนเทนต์แนะนำ
กรมอุตุฯ แจง "พายุเนสาท" ก่อตัว 12 ต.ค. และกระทบทุกภาคของไทย "เป็นข้อมูลเท็จ"
ประกันสังคม "เยียวยา" ครอบครัวผู้เสียชีวิตเหตุสังหารหมู่

TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ