พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ หรือ 'ผู้การแต้ม' อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ว่า กรณีโศกนาฏกรรมที่หนองบัวลำภูในครั้งนี้ เป็นกรณีศึกษาที่ทางการ ต้องเข้มงวดกับกลับอดีตข้าราชการที่มีอาวุธในครอบครอง
ผู้การแต้ม บอกว่า ในส่วนของตำรวจที่ออกจากราชการนั้น ก็เปรียบเสมือนประชาชนทั่วไป คือจะมีสิทธิ์เพียงครอบครองอาวุธปืน (ซึ่งตัวเองซื้อมาเท่านั้น แต่จะไม่มีสิทธิ์พกพาหรือใช้งานในพื้นที่สาธารณะได้
หากวิเคราะห์จากเคสนี้ ที่มีประวัติด่างพร้อยทั้งเรื่องยาเสพติดและการใช้อาวุธปืนข่มขู่ ตำรวจท้องที่มีสิทธิ์ยื่นเรื่องไปที่ กรมการปกครอง เพื่อเพิกถอนใบอนุญาติครอบครองอาวุธปืนได้ ซึ่งถือเป็นการป้องกันเหตุร้าย
ในส่วนของอาวุธปืนที่ผู้ก่อเหตุได้ใช้นั้น ทางรองแต้มระบุว่า เป็นปืนที่ซื้อมาจากสวัสดิการการเป็นข้าราชการ ซึ่งทั้งตำรวจทหารและข้าราชการกรมการปกครอง สามารถซื้อจากต้นสังกัดได้ในราคาถูก รวมถึงสามารถผ่อนชำระได้ เนื่องจากบางคนอาจประสงค์ใช้เพื่อป้องกันตัวในนอกเวลาราชการ โดยส่วนใหญ่สามารถซื้อได้เพียง 1 กระบอกต่อคน
ทั้งนี้ ผู้การแต้มมองว่า การที่บุคคลในเครื่องแบบมักก่อเหตุในลักษณะใช้ความรุนแรงด้วยอาวุธ สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บังคับบัญชาระดับโรงพัก หรือระดับใกล้ชิด ยังไม่เข้มงวด และละเลยเอาใจใส่กับผู้ใต้บังคับบัญชา ทำให้เกิดความเครียดต้องพึ่งพายาเสพติด ส่งผลให้คลั่งใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุในที่สุด