‘บิ๊กโจ๊ก’ เผยนักข่าว CNN รับผิดปมปีนเข้าที่เกิดเหตุ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เปิดเผยการสอบปากคำ 2 นักข่าว สำนักข่าว CNN ว่า ทั้งคู่ยอมรับผิด ตอนนี้อยู่ในความดูแลของตำรวจแล้ว

ความคืบหน้ากรณีผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว CNN ลักลอบปืนเข้าไปในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.อุทัยสวรรค์ จ.หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุสังสารหมู่ เบื้องต้นจากการสอบปากคำ ยอมรับเสียใจ ไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แจงขณะที่เข้าพื้นที่ ประตูยังเปิดอยู่ และได้ถามเจ้าหน้าที่ตรงจุดเกิดเหตุแล้ว ซึ่งมีการทำท่ากวักมือลักษณะเหมือนเข้าไปได้ จึงคิดว่า เจ้าหน้าที่อนุญาตแล้ว

"บิ๊กโจ๊ก" ไม่ปล่อย ปมสื่อต่างชาติบุกทำข่าวที่เกิดเหตุสังหารหมู่ ยันผิดอาญา ต้องถูกดำเนินคดี

เปิดใจ ! คนถ่ายภาพนักข่าว CNN ปีนรั้วศูนย์เด็กเล็ก หนองบัวลำภู

‘ประยุทธ์’ ร่วมงานศพเหยื่อสังหารหมู่ จ.หนองบัวลำภู

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยการสอบปากคำ 2 นักข่าว สำนักข่าว CNN ว่า ทั้งคู่ยอมรับผิด ตอนนี้อยู่ในความดูแลของตำรวจแล้ว  พร้อมเล่าถึงเหตุการณ์วันดังกล่าวว่า ได้เข้าไปในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.อุทัยสวรรรค์ ช่วงเวลา 10.00 – 11.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ประตูเปิด ไม่มีแถบพลาสติกกั้นพื้นที่ล้อมอยู่ รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ และประชาชนเดินไปเดินมา ซึ่งในขณะนั้นเป็นช่วงที่มีการเตรียมความพร้อมเรื่องการอัญเชิญพวงมาลาพระราชทาน ทั้งคู่จึงเดินเข้าไปภายใน เมื่อเดินเข้าไปแล้ว พบกับเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง ตรวจสอบแล้ว เป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุข หรือ อสม.

จากนั้นจึงถามอสม. เป็นภาษาอังกฤษว่า Can I come in ? แปลว่า เข้าไปได้หรือไม่ ก่อนที่อสม.คนดังกล่าว จะกวักมือให้เข้าไป ซึ่งนักข่าวก็เข้าใจว่า การกวักมือคือการให้เข้าไปได้ ประกอบกับไม่ได้มีอะไรมาขวางกั้น จึงเดินเข้าไป แล้วเก็บภาพเพื่อมาออกอากาศ แต่เมื่อถ่ายทำเสร็จแล้ว จะเดินออกมากลับพบว่า มีการปิดประตู และมีแถบพลาสติกมาปิดกั้นพื้นที่ จึงต้องปีนออกมา

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า ลักษณะท่าทางที่อสม. กวักมือให้นักข่าวเข้าไป เป็นการกวักมือเข้า หรือ กวักมือให้ออก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตอบว่า ลักษณะเหมือนกวักให้เข้าไปได้ จึงเข้าใจว่า การกวักมือ คือ เจ้าหน้าที่อนุญาติแล้ว

ส่วนท่าทีของทั้งคู่ขณะสอบปากคำวันนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า มีท่าทีที่เสียใจ  เพราะทั้งคู่แค่ต้องการมาทำข่าว แล้วก็จะกลับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาได้เดินทางทำข่าวมาแล้วทั่วโลก หลายประเทศ เพิ่งเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ก็รู้สึกไม่สบายใจ  เบื้องต้นทั้งคู่ไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี ซึ่งตอนแรกจะอยู่ทำข่าวในพื้นที่อีก 2-3 วัน ก่อนจะเดินทางกลับประเทศ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น หากดำเนินการขั้นตอนทางกฎหมายเรียบร้อยในวันนี้แล้ว ทั้งคู่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศทันที

เบื้องต้นได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพิกถอนวีซ่าของทั้งคู่ และตั้งข้อหาทำงานโดยไม่ได้อนุญาต เพราะทั้งคู่เดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว ซึ่งไม่สามารถทำงานได้ มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนข้อหาการบุกรุกสถานที่ราชการ จะต้องมีการสอบปากคำก่อน เพราะกฎหมายไทย หากจะดูว่าบุกหรือหรือไม่ ต้องพิจารณาที่เจตนา ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็ได้สั่งการให้สอบสวนอย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ