นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมแฉว่าปัญหายาเสพติดที่แก้ไม่จบสิ้น เป็นเพราะผู้เสพและผู้ค้า ยาเสพติด ได้เจอกันในสถานบำบัด และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน จากนั้นเมื่อออกจากสถาบำบัด ก็กลับเข้าสู่วงจรเดิม โดยที่ได้ยาเสพติดราคาถูกลง มีเพื่อนเสพยามากขึ้น
ปัญหาเหล่านี้ ทำให้เครือข่ายยาเสพติดยิ่งเติบโต คนในวงการยาเสพติด รุ้จักกันมากขึ้น ทำให้ การเลิกยาฯ ทำได้ยาก ยกตัวอย่างว่า คนติดยา พบว่า 8 ใน 10 คน มีวงจรชีวิต วนไปวนมา เสพ ถูกจับ ถูกนำตัวไปบำบัด กลับมาเสพซ้ำอีก
นายเอกภพ มองว่า ทั้งหมดนี้ เป็นความล้มเหลวของระบบการแก้ปัญหายาเสพติด สะท้อนว่า แนวทางนโยบายที่ผ่านมา ดีมาก แต่ในทางปฎิบัติทำไม่ได้จริง
เมื่อถามว่าทำไมทำไม่ได้จริง นายเอกภพ บอกว่า ตัวเองเคยคุยกับ คนปฎิบัติงาน ได้รับฟังเสียงสะท้อนว่า ผู้กำหนดนโยบายสั่งการอย่างเดียว แต่ งบประมาณในการแก้ปัญหาไม่ได้ลงมาช่วย
นอกจากปัญหาเรื่องตัดวงจรการเสพยาของผู้เสพและผู้ค้าไม่ได้ พีพีทีวี ยังพบว่า ยาบ้า ราคาถูกลง เข้าถึงง่ายขึ้น เป็นปัจจัยที่ทำให้การเสพยาเสพติด เพิ่มสูงขึ้น
ข้อมูลจาก นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ระบุว่า สาเหตุที่ยาเสพติดราคาถูก มาจาก 3 ปัจจัยสำคัญ คือ เทคโนโลยีการผลิต ผลิตได้จำนวนมากขึ้น
เช่นในอดีต เครื่องผลิตยาบ้าผลิตได้ 2,700 เม็ด/ชั่วโมง แต่ปัจจุบันพัฒนาขึ้นจนเป็นระบบไฮดรอลิค ผลิตได้ 288,000 เม็ด/ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 100 เท่า
ส่วน สารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตก็หาง่ายและมีจำนวนมาก คือ ในอดีตสารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตยาบ้ามีจำนวนน้อย เช่นสาร ซูโดอิเฟรดีน แต่ปัจจุบัน มีสารที่สามารถใช้ในการเป็นสารตั้งต้นผลิตจำนวนมาก เช่น โซเดียมไซยาไนด์ ซึ่งเป็นสารที่ขออนุญาตนำเข้า-ส่งออกได้ ไม่ผิดกฎหมาย เพราะ ใช้ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และเป็นส่วนประกอบในยาฆ่าแมลง แต่ในทางปฎิบัติมีการนำไปใช้เป็นสารตั้งต้น ผลิตยาเสพติด
ส่วนรูปแบบการขนส่ง ในอดีตหลังจากตกลงซื้อขายกัน ต้องรอ 7 วัน และ ค่าส่งยา มีการกำหนดไว้ 1 เม็ด มีค่าส่ง 3 บาท ซึ่งถือว่าแพง เพราะ 1 กิโลกรัมมี 10,000 เม็ด หมายความว่า เสียค่าส่ง 30,000 บาท ต่อ 1 กิโลกรัม
แต่ปัจจุบัน ส่งทางพัสดุ ราคาค่าส่ง 80 บาท 2-3 วันก็ได้รับของแล้ว ทั้งหมดนี้ทำให้ปัญหายาเสพติดไม่หมดไปเสียที ทั้งซื้อง่าย ขายคล่อง ราคาถูก