นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยให้ทีมข่าวฟัง โดยเขาเล่าว่า ล่าสุดที่ไปช่วยเหลือเด็กที่อยู่ในวงจรยาเสพติด เจอว่า ตอนนี้ เครือข่ายยาเสพติด นิยมใช้เยาวชนเดินส่งยาเสพติด เพราะ เมื่อถูกจับ โทษของเยาวชน เด็กเล็กเบากว่าโทษของผู้ใหญ่ ที่น่าตกใจ คือ เด็กอายุต่ำสุดที่นายเอกภพเจอว่าอยู่ในวงจรยาเสพติด รับจ้างเดินส่งยาเสพติด อายุแค่ 10 ขวบ แต่ที่นิยมจริงๆ จะเป็นกลุ่มเด็กมัธยมต้น คือ 13 – 16 ปี
ทีมข่าว ถามนายเอกภพ ว่า เด็กอายุ 10 ปี ตอนนี้อยู่ที่ไหน เป็นอย่างไรบ้าง เขาบอกว่า เป็นเด็กในชุมชนสายไหมนี้ ตอนนี้กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพราะ ช่วย ออกจากวงจรยาเสพติดแล้ว แต่ไม่ขอให้สัมภาษณ์ตัวเด็ก
เมื่อถามว่า เด็กคนนี้เข้าไปในวงการยาเสพติดได้อย่างไร นายเอกภพ บอกว่า เด็กคนนี้ เป็นเด็กผู้ชายโดนล่อลวงจากผู้ค้ายาเสพติดหลอกให้เสพยา จากนั้นใช้ให้เด็กคนนี้ ไปเป็นเด็กเดินยา แล้วจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้เด็ก และ ด้วยความที่เด็กติดยาอยู่แล้ว เด็กก็นำเงินที่ได้จากการเดินยา มาซื้อยาเสพติด วนอยู่ในวงจรนี้ นานนับปี
นายเอกภพ ยังเปิดเผยต่ออีกว่า การแก้ปัญหายาเสพติด ไม่ได้ถูกดำเนินการอย่างจริงจัง พร้อมโจมตีว่า การออกกฎหมายให้ผู้เสพเท่ากับผู้ป่วย คล้ายกับการ ช่วยเหลือคนเสพ มากกว่า ต้องการให้เขาเลิกยาเสพติด
นอกจากนี้ยังแฉว่า ไม่เฉพาะ ชาวบ้านทั่วไป ที่ติดยาเสพติด แต่ยังมี ลูกนักการเมือง ใช้สารเสพติด ด้วย จึงอยากตั้งคำถามว่า การออกกฎหมาย ให้บำบัดแทนรับโทษ เพราะ เอื้อประโยชน์กันเองหรือไม่
ส่วนเรื่องที่นายเอกภพ บอกว่า ในศูนย์บำบัดยาเสพติด เป็นตลาดนัดพบกันของคนเสพยา ล่าสุด นายเอกภพ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กิจกรรมในสถานบำบัดยาเสพติด มีให้ผู้เสพยาเสพติด นั่งสมาธิหันหน้าเข้ากำแพง มีการฝึกระเบียบ วินัย แบบทหาร เช่น หมอบคลาน , ลุกนั่ง ในแต่ละวัน ผู้เสพยาเสพติด แต่ละคน พูดคุยกันได้
ส่วนตัวเขามองว่า ทั้ง 3 สิ่งนี้ไม่ได้ช่วยทำให้ เลิกยาเสพติด หรือเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ เสนอว่า ควร มีการ สอนทักษะวิชาชีพ และ ควรมีแผนรองรับว่า เมื่อเลิกยาเสพติดได้ออกมา จะไปประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง รวมถึง ย้ำว่า ในศูนย์ควรมีแพทย์ และ เจ้าหน้าที่ ดูแลอย่างเข้มข้นเพื่อให้ ไม่เกิดเครือข่ายกลุ่มเสพยาเสพติด ที่เมื่อออกจากศุนย์บำบัดก็จะติดต่อกันใหม่