ท่าป้องกันตัว ขณะถูกจู่โจม โดยขั้นแรกให้ใช้มือยกขึ้นมาปัดป้อง จากนั้นสวนด้วยหมัดตรง หรือถีบให้คู่กรณีถอยออก หรือถ้าหากถูกเตะซ้ำให้ยกขาบัง ถือเป็นท่าป้องกันพื้นฐานของมวยไทย ที่คุณตุ้ม บอกว่า ใครๆก็สามารถเรียนรู้ได้ ไม่ว่า จะเป็นผู้หญิง หรือผู้ชาย
แต่ถ้าหากไม่มีพื้นฐานด้านมวยไทยเลย และต้องเจอกับช่วงเวลาคับขัน จะถูกชก หรือถูกตบ ใช้วิธีการยกมือทั้ง 2 ข้างบังหัว บังหน้าตัวเองไว้ก็ได้ เพราะหากถูกชกเข้าที่หน้าเต็มๆ มีโอกาสน็อคสลบเหมือดได้
ส่วนอีกจุดเสี่ยงที่ต้องป้องกันคือ บริเวณชายโครง ที่มักจะเจอลูกเตะ ที่หน้าแข้งของคู่ต่อสู้จะเหวี่ยงเข้ามา ปะทะที่ชายโครง ที่กระดูกตรงนี้มีขนาดที่เล็กกว่ากระดูกหน้าแข้ง และมีโอกาสที่กระดูกซี่โครงจะหักได้
แต่ถึงแม้จะรู้วิธีการปัดป้องหากเจอภัย แต่คุณตุ้มย้ำว่า สิ่งสำคัญก็คือสติ เพราถ้าหากมีสติก็จะช่วยทำให้รอดพ้นผ่านไปได้ นอกจากนี้ยังย้ำว่า ทุกครั้งที่มีการปัดป้อง หรือจะออกท่าทางสู้กลับ ต้องยืนให้มั่น ห้ามล้ม เพราะหากล้มมีโอกาสจะเป็นกระสอบทรายให้ถูกซ้อม เสียเปรียบฝ่ายตรงข้าม
ส่วนกรณีที่นายวีรวิทย์ วีรวิทย์ รุ่งเรืองศิริผล ผู้ก่อเหตุชกนายศรีสุวรรณ เมื่อวานนี้กลางวงสัมภาษณ์ คุณตุ้มวิเคราะห์ว่า ตัวของนายวีรวิทย์ ท่าทางการออกหมัด มีความรู้ในชั้นเชิงมวย โดยเฉพาะการเหวี่ยงเท้าเตะเข้าไปที่ซี่โครงนายศรีสุวรรณเต็มแรง แต่ไม่ล้มลงเลย แสดงให้เห็นว่ามีพื้นฐานมวยไทยอยู่ แต่นายศรีสุวรรณ เมื่อดูท่าทางมีการปัดป้องอยู่บ้าง ก็อาจจะมีพอมีความรู้อยู่บ้างนิดหน่อย เพื่อป้องกันไม่ให้บาดเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะหากไม่ปัดป้อง น่าจะบาดเจ็บมากกว่านี้
โดยหลังจากนี้ที่นายศรีสุวรรณ จะยังเดินหน้าทำหน้าที่ต่อ คุณตุ้มยังแนะนำว่า ให้คุณศรีสุวรรณ ลองเรียนมวยไทยดูบ้าง เพื่อไว้ใช้ป้องกันตัว หากวันหนึ่งมีผู้ไม่หวังดีบุกทำร้ายอีก