ทีมข่าวพีพีทีวี สัมภาษณ์ ผศ.ดร.ทิพย์นภา หวนสุริยา รองคณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องนี้ ว่า ในมุมมองของจิตวิทยา เหยื่อจะถูกจูงใจจากคำพูด อย่างเคสนี้ ถูกหลอกให้ลงทุน ซึ่งคนร้ายมีลักษณะน่าเชื่อถือ ก่อนนำไปสู่การกักขังหน่วงเหนี่ยวและทำร้ายร่างกายเหยื่อซ้ำๆ จนทำให้เกิดความสูญเสียความเป็นมนุษย์ ประกอบกับเหยื่อมีความกลัว จึงอยู่ในโอวาทของคนร้ายอย่างจำยอม
ลักษณะแบบนี้ จะเรียกว่า เป็นจิตวิทยาแบบ Gaslighting เหยื่อที่มักถูกหลอกลวงจะมีความรู้สึกสิ้นหวัง มีภาวะอ่อนแออยู่ในความรู้สึกภายในจนไม่สามารถต่อสู้กับแรงกดดันต่างๆ ได้ แม้ก่อนหน้านี้จะมีความพยายามในการออกมาจากสถานการณ์ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เลยทำให้เหยื่อขาดความมั่นใจในตัวเอง สุดท้ายทำให้มีความคิดเปลี่ยนไปจากเดิม จนเกิดความรู้สึกโทษตัวเองอยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่ความจริงอาจไม่ใช่อย่างนั้น หรือกล่าวได้ว่า Gaslightingเป็นจิตวิทยาอันแยบยลที่หลายคนมักใช้ทำร้ายกันทางอ้อม และเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากความผิดที่ก่อเอาไว้ด้วย
นอกจากนี้แล้ว ผศ.ทิพย์นภา ยังมีความเห็นที่ตรงกันกับ นพ.วรต ที่ทีมข่าวไปสัมภาษณ์ เมื่อวาน ว่า มีความน่าเป็นห่วงว่า หลังจากนี้เหยื่อที่ถูกทำร้าย จะกลับเข้าสู่สังคมเดิมไม่ได้ ซึ่งต้องดูแลอย่างใกล้ชิด
อีกทั้ง ยังฝากเตือนถึงคนอื่นๆ เพื่อไม่ให้เจอในลักษณะเดียวกันว่า อย่างแรกคือเราทุกคน ต้องมีสติ และตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน ถึงที่มาที่ไปและความถูกต้องของอีกฝ่าย เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
ส่วนบรรยากาศ ที่ สน.บวรมงคล วันนี้ไม่มีผู้เสียหายจากคดี มาแจ้งความเพิ่มเติม ส่วน นายฮารุ และนายตรีเพชรรัตน 2 ผู้ต้องหาลงมาจากห้องควบคุมขัง และนำตัวฝากขังเรียบร้อย