นายวีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดี ทำร้ายร่างกาย นายศรีสุวรรณ กลางวงสัมภาษณ์สื่อมวลชน เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา กับ พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน โดยมี นายภัทรพงศ์ สุภักษร ทนายความที่ดูแลคดีนี้ เดินทางเข้ามาด้วย
จากนั้นทั้งคู่ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่านายวีรวิชญ์ ให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา จากนี้ก็ให้เป็นไปสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป
"ในนี้ อยู่ในเฟซบุ๊กบอกว่า ผมมียอด บริจาคแบบนี้ ถ้าผมได้ แบบนี้ขอให้ผมออกไปรถเหยียบตายเลย มันเออเร่อเกินไป มันเออเร่อเกินไป ผมยังไม่ทราบบัญชีผมเลย ผมยังไม่เข้าไปดูเลยว่าได้อย่างไร แล้วคุณเอาสิทธิ์ของคุณมาละลาบละล้วงผมเกินไป"
ส่วนมุมคดีความ พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำ ก่อนจะสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการในวันศุกร์นี้ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานแจ้งข้อกล่าวหา “ทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 ประกอบมาตรา 296 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
ทีมข่าวพีพีทีวี ตรวจสอบเพิ่มเติมกรณีเงินบริจาคในมุมกฎหมาย โดยนายเกิดผล แก้วเกิด ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า ปกติแล้วการเปิดรับบริจาค จะตีความได้ 2 นัยยะ คือ ถ้าเป็นการเรี่ยไร จะมีกฎหมายฉบับนึง ที่เป็น พรบ.ควบคุมการเรี่ยไร กำหนดไว้ชัดเจน ว่าถ้ามีการเรี่ยไรจะต้องบอกว่า เรี่ยไรไปเพื่ออะไร แล้วก็ต้องขออนุญาต ต่อนายทะเบียนท้องถิ่นในพื้นที่ ที่เราไปเรี่ยไร
แต่การเรี่ยไร ผ่านออนไลน์ ไม่มีกฎหมายควบคุมโดยตรง แต่ถ้าแจ้งวัตถุประสงค์ เช่น นำเงินไปบริจาคน้ำท่วม อันนี้ ถือว่าเป็นการบริจาค นำเงินไปใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์ อันนี้ สามารถตรวจสอบได้ เปิดเผยบัญชีได้
แต่ถ้าไม่ได้ มีวัตถุประสงค์ ตามที่กล่าวอ้าง แต่โอนไปใช้จ่ายในส่วนตัว แบบนี้ ถือว่า เป็นการให้ส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยก็ได้ แต่ถ้าเกิดว่า เขาแจ้งชัดเจน ว่า เขาจะเอาไปต่อสู่คดี หรือไปทำอย่างอื่น อันนี้ เขาต้องเปิดเผย
"เขาต้องเปิดเผย เพราะมันจะมีคน 2 กลุ่ม คือกลุ่มหนึ่ง จะเอาไปใช้อะไรก็ได้ กับอีกกลุ่มหนึ่งคือ โอนให้คุณไปใช้จ่ายในการต่อสู้คดี เพราะฉะนั้นเงินที่คุณใช้จ่ายในการต่อสู้คดี คุณใช้จ่ายไปเท่าไหร่ ทนายเท่าไหร่ ค่าประกันตัวเท่าไหร่ คุณต้องแจงบัญชีได้ สำหรับ ถ้ามีการตั้งวัตถุประสงค์การรับบริจาคอะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าเขาไม่มีวัตถุประสงค์ ก็ถือว่าเป็นการให้โดยเสน่ห์หาได้ครับ"
ส่วนความผิดหากไม่ได้นำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์ ก็จะเจอความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน