พีพีทีวี พูดคุยกับ พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ มองว่า ปัญหาเรื่องปืนหลวงถูกขโมย มีต้นตอมาจาก การเปิดให้มีการซื้อปืนในโครงการสวัสดิการมากเกินไป จนปัจจุบัน ตำรวจใช้ปืนหลวงน้อยมาก ส่วนใหญ่ใช้ปืนที่ตัวเองซื้อมาจากโครงการสวัสดิการ ส่งผลทำให้การตรวจสอบการใช้ปืนหลวงหละหลวม
เมื่อถามว่า การเอาปืนไปขายแบบที่ด.ต.เชาวลิตทำ ขายได้ราคาอย่างไร พ.ต.อ.วิรุตม์ บอกว่า ส่วนใหญ่ การขายแบบนี้จะนำไปขายให้พวกนักพนัน บ่อนการพนัน หรือ คนในวงการสีเทา ซึ่งจะขายได้ ประมาณกระบอกละ 20,000 บาท
หากคำนวณคร่าวๆ ปืนหายไป 159 กระบอก ถ้าขายได้ 20,000 บาท ก็หมายความว่า 5 ปีที่ผ่านมา ด.ต.เชาวลิต ได้เงินจากการขายปืนหลวง 3 ล้านบาท (ตัวเลขนี้คาดการณ์จากราคาปืนที่ พ.ต.อ.วิรุตม์ ระบุ)
พ.ต.อ.วิรุตม์ เสนอว่า ควรยกเลิกโครงการปืนสวัสดิการ เพื่อให้ทุกคนกลับมาใช้ปืนหลวง และกวดขันการเบิกจ่ายปืนอย่างเข้มงวดก็จะไม่เกิดปัญหานี้ หากทำแบบนี้ก็จะแก้ปัญหาได้ทั้งเรื่องปืนหลวง และปืนสวัสดิการ
เมื่อถามว่า การซื้อปืนสวัสดิการจำนวนมากๆ ของตำรวจ ซื้อไปทำไม หาก ปืนหลวงก็มีให้ใช้ พ.ต.อ.วิรุตม์ บอกว่า ส่วนใหญ่ซื้อไว้เก็งกำไร เพราะ ปืนในโครงการสวัสดิการ ราคาประมาณ 3 หมื่นบาท ส่วนปืนของเอกชน ราคา 8-9 หมื่นบาท
ซึ่งตามกฎหมายระบุว่า เมื่อซื้อปืนสวัสดิการมา ครอบครอง ครบ 5 ปี สามารถเปลี่ยนมือได้ ทำให้ตำรวจหลายคน ซื้อมาเกร็งกำไร ครอบครองครบ 5 ปี ขายเป็นปืนมือสอง ราคา 5 หมื่นบาท หมายความว่า ก็ได้กำไร 2 หมื่นบาท ต่อกระบอก