จากกรณีนักเรียนหญิงชั้น ม.1 อายุ 13 ปี ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในตัว อ.กุฉินารายณ์ และน้องเป็นนักกีฬาชมรมวิ่งของโรงเรียน ถูกครูชายสอนวิชาพละลวงไปข่มขืน ซึ่งหลังเกิดเหตุผู้ปกครองพาไปแจ้งความที่สภ.กุฉินารายรณ์ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า
จึงทำให้แม่เด็กผู้เสียหาย ต้องเข้ามาร้องเรียนกับ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี และพันตำรวจเอกบัณฑิต สิงห์ประชา ผู้กำกับการสภ.นารายณ์ จ.กาฬสินธุ์
นางปวีณา หงสกุล เล่าว่า เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา แม่ของนักเรียนหญิงอายุ 13 ปี มาร้องเรียนว่า ลูกสาวซึ่งเป็นนักกีฬาโรงเรียน ขณะที่เก็บตัวซ้อมกีฬา ได้นอนอยู่หอพัก ถูกครูชายสอนพละลวงไปข่มขืน โดยจากการสอบถาม แม่ของเด็กเล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ลูกสาวจะต้องเข้าไปเก็บตัวซ้อมกีฬาวิ่ง นอนที่หอพัก
โดยมีเพื่อน นักกีฬา ไปเก็บตัวกัน 10 กว่าคน ต่อมาเวลาประมาณ 20.00 น. ครูพละได้เรียกลูกสาวไปพบเพียงคนเดียว หลังจากเข้าไปในห้องครู และบอกจะนวดขาให้ถูกสาว เพราะก่อนหน้านี้ลูกสาวติดโควิด ไม่ได้ซ้อมวิ่งมาระยะหนึ่งแล้วกลัวว่ากล้ามเนื้อจะฉีก
ระหว่างที่ครูนวดขาลูกสาวรู้สึกง่วง และสลึมสลือ ครูจึงให้ลูกสาวนอนพักที่ห้องของครูก่อน กระทั่งกลางดึกรู้สึกตัวขึ้นมาครูกำลังข่มขืน แต่ลูกสาวไม่สามารถสู้แรงได้ เช้าวันรุ่งขึ้นลูกสาวจึงได้นำ เรื่องไปบอกกับนักเรียนกีฬารุ่นพี่ที่เก็บตัวด้วยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น น
นักเรียนรุ่นพี่ จึงโทรศัพท์แจ้งให้ผู้ปกครองทราบเรื่อง 19 ตุลาคม 2565 ผู้ปกครองจึงรับลูกสาวเข้าแจ้งความทันที แต่เกรงว่าคดีจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากครูผู้กระทำ รู้จักคนเยอะ และกว้างขวางในพื้นที่ ซึ่งแม่ต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จึงตัดสินใจติดต่อมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาดังกล่าว
โดยหลังรับแจ้งเรื่อง นางปวีณา ได้ประสานไปยัง พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบ
และวันนี้เวลา 10.00 น. อัยการจังหวัด จะเดินทางมาสอบสหวิชาชีพให้กับน้องที่ รพ.นาคู โดยนางปวีณาจะเดินทางไปเยี่ยมน้องและติดตามคดีร่วมกับ ตร.และ พม.ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ สภ.กุฉินารายณ์ ครูพละ ผู้ถูกกล่าวหา เดินทางมาพร้อมทนายความและเข้ามอบตัวกับ พ.ต.ท.ฐิติพันธ์ นิติธรรมสารพล รอง ผกก.สอบสวน สภ.กุฉินารายณ์ ในชุดแต่งกายสีดำสวมเสื้อคลุมใส่หมวกและหน้ากากปิดจมูก
พนักงานสอบสวน สภ.กุฉินารายณ์ ได้แจ้งสองข้อหาหนัก ประกอบด้วย กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดใด โดยเป็นศิษย์ที่อยู่ในควบคุมดูแลและพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร โดยตลอดการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การปฏิเสธที่มีสีหน้าเคร่งเครียด
ด้าน พล.ต.ต.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังยังศาลกาฬสินธุ์ โดยพนักงานสอบสวน สภ.กุฉินารายณ์ จะทำการค้านการประกันตัว ถึงแม้จะเข้ามามอบตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน