ผู้การฯ ภูธร จ.ชลบุรี ตั้งโต๊ะแถลงพร้อมผู้ว่าฯ ชลบุรี ยืนยันโพยจ่ายส่วยไม่มีจริง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อมผู้ว่าฯ ชลบุรี แจงโพยส่วยเป็นของปลอม และไม่มีการจ่ายใต้โต๊ะ

โพยรายชื่อร้านที่ถูกแชร์ต่อกันในโลกออนไลน์ พร้อมอ้างว่า คือ โพยส่วยของผับพัทยา ในกระดาษเขียนรายละเอียด ชื่อร้าน มีคำกำกับว่า เล็ก กลาง ใหญ่ พร้อมตัวเลข ตามคำกล่าวอ้าง ระบุว่า เป็นตัวเลขราคาค่าส่วยที่แต่ละร้านจ่าย แต่ต้องย้ำว่า ไม่มีใครยืนยันว่า มีการจ่ายส่วยเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่ยืนยันได้ คือ ชื่อร้านในกระดาษ เป็นร้านที่มีที่ตั้งอยู่ที่พัทยาจริง และ หนึ่งในนั้น คือ “โบน” ร้านที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Club one ร้านที่เพิ่งถูกตำรวจลงตรวจผับ และ พบยาเสพติด

นางสาว สุพัตรา ชลพล และ นายพิชัย เปลี่ยนผล 2เจ้าของสถานบริการ ที่มีรายชื่อปรากฎอยู่ในโพย ที่ถูกอ้างว่าเป็นรายชื่อจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ ทั้ง 2 คน ยืนยันว่า ไม่มีการจ่ายส่วย และ ร้านเข้มงวดตามนโยบายของตำรวจมาตลอด ทั้งเรื่องเด็กอายุ ต่ำกว่า 18 ปี ยาเสพติด และอาวุธปืน ทั้งคู่ยังถามกลับว่า เศรษฐกิจแบบนี้จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายส่วย พร้อมบอกด้วยว่า รายชื่อหลายร้านในโพย ปัจจุบันปิดกิจการไปนานแล้วด้วย

ขณะที่ นางลิซา แฮมิลตัน ประธานชมรมผู้ประกอบการกลางคืนเมืองพัทยา และ ประธานผู้ประกอบการจอมเทียน-พัทยา ตัดพ้อกับผู้สื่อข่าวว่า เมืองพัทยากลับมาตกเป็นข่าวด้านไม่ดีอีกครั้ง ทำให้รู้สึกตกใจ ที่ผ่านมากลุ่มผู้ประกอบการเมืองพัทยา พยายามช่วยพัฒนาด้านการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น อีกทั้งในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวเริ่มกลับเข้ามาจำนวนมาก ผู้ประกอบการกำลังตื่นเต้นกับการทำมาหากิน แต่ก็ต้องมาประสบเหตุการณ์ตามข่าว ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน เนื่องจากตำรวจต้องกลับมาเข้มงวดขึ้นไปอีก แทนที่จะได้รับการผ่อนปรน แต่ต้องกลับเดือดร้อนกันอีกครั้ง 

ด้าน พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี วันนี้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเคลียร์หลายประเด็นดราม่าที่ถูกโลกออนไลน์ โจมตีเรื่องความสัมพันธ์กับ นายนิติพัฒน์ โชคชัยธนพร หรือ เสี่ยเอี่ยว เจ้าของ Club one ผับ โดย พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ พูดถึงโพยส่วนที่ถูกอ้าง ว่า ชื่อผับ โบน ปิดไปตั้งแต่ ต้นปี 2565 แล้ว ทำไมถึงมีการนำภาพนี้มาแชร์ซ้ำ ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นภาพเก่าหรือไม่ พร้อมยืนยันว่าตัวเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับสินบนส่วยใดใด

ส่วนเรื่องมอบกระเช่า ที่พบว่า นายนิติพัฒน์ หิ้วกระเช่าผลไม้ไปมอบให้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งต่อมาพบว่า หนึ่งในนั้น คือ พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ โดยผู้การ ยอมรับว่า เป็นคนในภาพจริง โดยเป็นการมามอบให้ในวันที่ เข้ามารับตำแหน่ง ผู้การจังหวัด ช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้ และวันดังกล่าว มีการพูดคุยกันแค่ 5-10 นาทีเท่านั้น 

ส่วนภาพอีกภาพที่พบว่า ผู้การนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ซึ่งภาพนี้ถูกแชร์ออกมาพร้อมกับภาพโพย ผู้การยืนยันว่า วันดังกล่าวเป็นการประชุม คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) ซึ่งส่วนใหญ่ เป็น ผู้ประกอบการสถานบันเทิง และวันนั้นมีสมาชิกรวมงาน 50-60 คน ยืนยันว่าไม่ได้พูดคุยกับใครเลย 

อีกคนที่ถูกพาดพิง ก็คือ นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี บอกว่าก่อนหน้านี้เคยประชุมผู้ประกอบการสถานบันเทิง และแหล่งท่องเที่ยวพัทยา เพื่อรับฟังปัญหาและฟังข้อเสนอว่าอยากให้ราชการช่วยเหลืออะไรบ้าง ยืนยันว่าไม่เคยเจอ นายนิติพัฒน์ ซึ่งการที่นายนิติพัฒน์ กล่าวอ้างถึงตัวเองรวมล่าสุดได้ออกมาให้ปากคำตำรวจแล้วว่าพูดไป เพราะอาการมึนเมา แต่หลังจากนี้ตัวเองก็จะรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินคดีต่อไปเช่นเดียวกับเพจต่างๆ ที่มีการพาดพิงถึงตัวเองด้วย

ส่วนกรณีที่ตำรวจเสนอให้สั่งปิด club one 5 ปี หลังพบมียาเสพติดในร้าน และ มีประวัติทำผิดหลายกระทง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี บอกว่า ตอนนี้ ร้านงดให้บริการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่เจ้าหน้าที่ลงตรวจแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเปิดโอกาสให้ร้านได้ชี้แจง ในมุมของตัวเอง โดยกรอบเวลาเปิดให้ ชี้แจงจนถึง 31 ตุลาคมนี้ จากนั้นจะพิจารณาตามข้อเสนอของตำรวจ ว่าจะสั่งปิดผับหรือไม่

ส่วนก่อนหน้านี้ที่เคยมีข้อมูลว่าสถานบันเทิงแห่งนี้เป็นของนักการเมืองก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นของนายนิติพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี บอกว่าไม่รู้ว่าเจ้าของเก่าเป็นใคร รู้เพียงว่ามีการเปลี่ยนมือช่วงสถานการณ์ โควิด-19 และ ต้นปี 2565 ที่ผ่านมา มีการลักลอบเปิดกิจการ ช่วงนั้นยังใช่ชื่อว่า โบน อยู่ ตอนไปตรวจพบ นักเที่ยว 22 คน เป็นคนจีนและคนไทย และพบยาเสพติดด้วย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ