“วรศิษฎ์” นำทีมบุกพัทยา ทลายเครือข่ายนอมินีต่างชาติ ถือครองที่ดิน-ทำธุรกิจ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“วรศิษฎ์” นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง สนธิกำลัง DSI-ตำรวจ บุกตรวจค้น 3 จุดในพัทยา ขยายผลเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ร่วมกับ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง สนธิกำลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว ในพื้นที่เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 

 

พัทยา ผู้สื่อข่าว
“วรศิษฎ์” นำทีมบุกพัทยา ทลายเครือข่ายนอมินีต่างชาติ ถือครองที่ดิน-ทำธุรกิจ

ปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการตามหมายค้นศาลอาญา ในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยมี ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายอิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ตลอดจนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคงร่วมลงพื้นที่

นายวรศิษฎ์ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย โดยกระทรวงมหาดไทยบูรณาการร่วมกับกระทรวงยุติธรรมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขยายผลการสืบสวนกรณีใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือนอมินี เพื่อถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าวในพื้นที่พัทยาและอำเภอบางละมุง ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความสงบเรียบร้อย

นอกจากนี้ ยังเป็นการขยายผลต่อเนื่องจากการตรวจสอบในพื้นที่เกาะพะงันและเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมถึงจังหวัดภูเก็ต พร้อมตรวจสอบสถานประกอบการที่ลักลอบเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากการรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่พบว่า บริษัท โคซี่ บีช วิว จำกัด มีพฤติการณ์เข้าข่ายหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จึงขออนุมัติหมายค้นศาลอาญา เข้าตรวจสอบสถานที่เป้าหมายสำคัญ 3 จุด

จุดแรก สำนักงานกฎหมายสากล เคที อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ แอนด์ บิสซิเนส ในเมืองพัทยา ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นผู้ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท โคซี่ บีช วิว จำกัด โดยนำชื่อบุคคลสัญชาติไทยซึ่งเป็นพนักงานของสำนักงานกฎหมายเข้าถือหุ้นแทนบุคคลต่างด้าวที่เป็นเจ้าของที่แท้จริง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปตรวจสอบ

จุดที่ 2 โรงแรมชิลาด อเวนิว พัทยา (Shilat Avenue Pattaya) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนิติบุคคลที่ว่าจ้างสำนักงานกฎหมายดังกล่าวดำเนินการจดทะเบียน โดยพบการนำชื่อพนักงานสำนักงานกฎหมายเข้าร่วมเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท รวมถึงพบการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้นที่เชื่อมโยงกับบริษัท โลตัส พาราไดซ์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และพบบุคคลซึ่งมีประวัติทำงานในธุรกิจจำหน่ายอลูมิเนียมในจังหวัดสมุทรสาครเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นด้วย เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลอีกหลายแห่ง

จุดที่ 3 บริษัท โคซี่ บีช วิว จำกัด ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง ซึ่งมีนายทุนสัญชาติอิสราเอลเป็นกรรมการบริษัท จากการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นพบพฤติการณ์ต้องสงสัยใช้ชื่อบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทน หรือนอมินี มาตั้งแต่ปี 2553 รวมถึงพบความเชื่อมโยงด้านกรรมการและผู้ถือหุ้นกับบริษัท โลตัส พาราไดซ์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด โดยบริษัทที่เกี่ยวข้องมีสินทรัพย์รวมหลายร้อยล้านบาท

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การตรวจค้นดำเนินการตามหมายค้นของศาล โดยมุ่งรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งเอกสารเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและข้อมูลการติดต่อสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์และพฤติการณ์เชื่อมโยงของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ยึดและอายัดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ รวมถึงเอกสารต่าง ๆ เพื่อนำไปตรวจสอบตามกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

นายวรศิษฎ์ ยืนยันว่า กระทรวงมหาดไทยจะเดินหน้าปราบปรามการใช้นอมินีถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ