เพจเฟซบุ๊กชื่อ “พระจันทร์ ลายกระต่าย V3” โพสต์คลิปตำรวจชั้นผู้น้อยซึ่งมีกล้องติดตัว เดินทะลุด้านหลังโรงพัก สถานีตำรวจภูธรเมืองไหม จังหวัดขอนแก่น แล้วทะลุออกทางด้านหลัง โผล่ที่ห้องทำงานชุดสืบสวน และ ชุดปราบปราม สภ.เมืองไหม โดยมีตำรวจยืนสูบบุหรี่ผ่อนคลายอิริยาบทอยู่ด้านหลังโรงพัก โดยมีตำรวจที่อยู่ในชุดลำลองมาคุยด้วยว่าทางจังหวัดกดดันมาให้เร่งรัดดำเนินการในเรื่องวินัยของ ตำรวจชั้นผู้น้อยนายนี้ ว่าทางคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาตรวจสอบ จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาในวันนี้
โดยคณะกรรมการกำลังเดินทางมา ก่อนที่จะมีการพูดคุยเรื่องวินัย และตัดพ้อว่าสาเหตุเรื่องนี้เกิดจากตำรวจไม่ช่วยตำรวจ นายไม่เอาลูกน้อง พร้อมกับน้ำเสียงเริ่มดุดันขึ้นด้วยความเครียดและโมโห บวกกับความน้อยใจ ระบายออกมาว่าตำรวจฆ่าตำรวจ จนทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องค่อยๆ เกลี้ยกล่อมให้ตำรวจชั้นผู้น้อยนายนี้ใจเย็นๆ พร้อมข้อความระบุเอาไว้ว่า “27/10/2565 เวลา16:48น.ที่นี่สถานีตำรวจภูธรเมืองไหม ภ.จว.ขอนเเก่น”
ทั้งนี้ มีข้อมูลว่า ระหว่างการพูดคุย ตำรวจชั้นผู้น้อยนายนี้ มีการพูดจาด้วยถ้อยคำหยาบคายกับทางผู้กำกับการ ที่เป็นผู้บังคับบัญชา และมีการจับอาวุธปืนประจำกายที่เอวตลอดเวลา ทำให้ตำรวจที่ออกมาพูดคุยกับตำรวจคนดังกล่าว ต้องเตรียมป้องกันตัว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น แต่สุดท้ายก็ยอมแยกย้ายกัน
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังชาวบ้านที่เป็นคู่กรณีของตำรวจชั้นผู้น้อยคนดังกล่าว ก็พบว่า เรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วง 2 ปีที่แล้ว โดยเหตุเกิดจากชาวบ้านได้ทำการเผาฝาง และไฟนั้นได้ลามไปไหม้ท่อแป๊ปพีวีซี ซึ่งอยู่ภายในบ้านของตำรวจชั้นผู้น้อย แต่ตกลงกันไม่ได้ ช่วงที่เกิดเหตุก็ได้มีการยิงปืนขู่ทำให้ชาวบ้านหวาดระแวงไม่กล้าเข้าใกล้บ้านหลังดังกล่าว รวมถึงชาวบ้านที่มีที่นาติดกับบ้านก็ไม่กล้าไปทำนาเช่นเดียวกัน ซึ่งหลังจากเรื่องดังกล่าวถึงชั้นศาล ศาลก็ได้ยกฟ้องคดีไฟไหม้ แต่ในส่วนของคดียิงปืน ตำรวจแพ้คดี และถูกตั้งกรรมการสอบวินัย ทำให้เกิดความเครียด
ทางด้านพลตำรวจตรีนพเก้า โสมนัส ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า เหตุการณ์ตามคลิปที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลนั้น เกิดจากการที่ข้าราชการตำรวจยศ สิบตำรวจเอกชื่อเล่นโบ้ท อายุ 32 ปี ปฏิบัติหน้าที่ตำรวจสายตรวจประจำสภ.เมืองไหม เข้าพบผู้กำกับการสภ.เมืองไหม แล้วมีการพูดคุยกันในเรื่องที่คณะกรรมการสอบสวนจะตั้งข้อกล่าวหาทางวินัยกับตำรวจโบ้ท สร้างความไม่พอใจให้กับตำรวจโบ้ท จนมีการตะโกนคำว่า ตำรวจฆ่าตำรวจและอีกหลายๆ คำ โดยมีข้าราชการตำรวจอีกหลายนายเห็นเหตุการณ์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
ในส่วนของสิบตำรวจเอกโบ้ท ประวัติเป็นตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดีมาโดยตลอด รวมถึงเป็นครูแดร์ด้วย ไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อลดความกดดันของผู้ใต้บังคับบัญชา จึงได้มอบหมายให้ พันตำรวจเอกจรัสพัฒน์ สุตยสรณาคม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่ไปพบพูดคุยและให้กำลังใจกับผู้ใต้บังคับบัญชา นอกจากนี้ยังจะย้ายตำรวจรายนี้ไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่เหมาะสมต่อไป