แพทย์เตือน “ห้ามเปิบค้างคาว”หวั่นก่อโรคใหม่


โดย PPTV Online

เผยแพร่




โซเชียลวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อยูทูปเบอร์สาวรายหนึ่งทำคลิปที่หลายคนดูแล้วส่ายหัวว่า “อย่าหาทำ” นั่นคือคลิปรีวิวกินต้มค้างคาวโชว์ เรื่องนี้แพทย์ต้องออกมาเตือนว่าอย่าหาทำจริงๆ เพราะในตัวค้างคาวมีแต่เชื้อโรค ระวังจะเกิดโรคอุบัติใหม่ เหมือนกับตอนที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19

คลิปที่หญิงสาวรายหนึ่งทำคอนเทนต์เปิบพิศดาร กินต้มค้างคาวโชว์ กินไปก็รีวิวไป นี่นะมีขา มีปีก มีตัว รสชาติมันๆหน่อย เรียกได้ว่า กินโชว์เป็นตัวๆ ในคลิปยังบอกด้วยว่า นี่ไม่ใช่ผู้นำโรคนะ

หลายคนเห็นคลิปนี้ก็เข้าไปตักเตือนว่าอย่าไปกิน เพราะค้างคาวมีเชื้อโรคเยอะ และหลายคนเข้าใจว่าเป็นต้นตอของโรคโควิด19 ที่กำลังระบาดอยู่ไม่ใช่เหรอ “ถ้ามีคนทำตามเยอะๆแล้วเกิดผลเสียขึ้นมาจะทำอย่างไร คุ้มไหมกับยอดวิวแลกมากับความเดือดร้อนของชาวบ้าน”

“หมอมนูญ”เตือนคนเที่ยวป่าชมค้างคาว ระวังป่วยเป็นโรค“ฮิสโตพลาสโมซิส”

แจ้งปิดเส้นทาง แยกอโศก-รัชดา-คลองเตย ช่วงประชุมเอเปค 14-19 พ.ย.นี้

วันนี้ 8 พ.ย. 2565 ทีมข่าวไปสอบถามกับ ศาตราจารย์นายสัตวแพทย์ รุ่งโรจน์ ธนาวงษ์นุเวช อาจารย์ประจำภาควิชาพยาธิวิทยา ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ำในสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กินค้างคาวต้มแบบนี้ได้หรือไม่ อาจารย์ระบุว่า ถ้าจะให้พูดภาษาวัยรุ่นก็คือ”อย่าหาทำเด็ดขาด” เพราะมันไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติอย่างแน่นอน แม้ว่าก่อนกินจะปลุกสุกเชื้อโรคอาจจะตายแล้ว

แต่อยากให้มองลึกไปถึงกระบวนการก่อนจะปรุงสุก จะต้องมีการจับ สัมผัส ซึ่งโอกาสสัมผัสโรคมีเยอะมาก ไม่รู้ว่าใครจะ “แจ็กพ็อตแตก” เกิดภาวะไวรัสบางตัวที่อยู่ในค้างคาวกระโดดเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ และอาจอุบัติโรคใหม่ขึ้นมาแพร่กระจาย ไปเรื่อย ๆ ดังเช่นโรคโควิด-19 ก็ได้

ศาตราจารย์นายสัตวแพทย์ รุ่งโรจน์ ยังบอกด้วยว่าประสบการณ์ในอดีตก็มีให้เห็น ว่าไวรัสที่มาจากค้างคาวและก่อให้เกิดโรคมีเยอะ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า ,โรคนิปาห์ (ก่อให้เกิดโรคไข้สมองอักเสบเป็นหลัก) รวมถึงเชื้อไวรัสโคโรน่า ที่ทำให้เกิดการระบาดของโควิด19 ในปัจจุบัน โรคเหล่านี้ล้วนกระโดดข้ามจากค้างคาวเข้ามาสู่คนทั้งนั้น

ซึ่งศูนย์โรคอุบัติใหม่ และอุบัติซ้ำในสัตว์ ได้สำรวจมูลค้างคาวเจอไวรัสแปลก ๆ มากมาย เพียงแต่มันยังไม่แพร่เข้ามาสู่คน ต้องรอการบ่มเพาะ อาจจะบ่มเพาะในสัตว์ตัวกลางก่อน แต่ถ้าคนตัดวงจรโดยไปนำมากินเลย ก็จะเป็นการย่นระยะเวลาให้มีโรคอุบัติใหม่มากกว่าที่ควรจะเป็น

ความเห็นนี้สอดคล้องกับความเห็นของ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ระบุว่า ค้างคาวถือเป็นสัตว์ป่าที่เป็นแหล่งรวมโรค มีทั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ซึ่งตัวค้างคาวแม้มันจะมีเชื้อเหล่านี้ในร่างกาย แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการออกมา ไม่ได้ก่ออันตรายกับตัวมัน แต่สามารถแพร่เชื้อให้กับสัตว์ตัวอื่น หรือแพร่สู่คน จนเกิดโรคในคนได้  แค่นำมือไปจับตัวมันแล้วมาทำอาหารก็สุ่มเสี่ยงที่จะรับเชื้อแล้ว

เช่นเดียวกันความเห็นของ นพ.จักรรัฐ พิทยาวงค์อานนท์ ผอ.กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข  ที่ระบุว่าไม่ควรนำค้างคาวมากินอย่างยิ่ง เพราะค้างคาวเป็นสัตว์ป่า และปกติเป็นสัตว์ที่บินสูง ไม่น่าที่จะจับมารับประทานได้ง่าย ถ้าจับได้ง่ายหรือมันตกอยู่กับพื้น แสดงว่าค้างคาวตัวนั้นอาจเป็นโรค การไปสัมผัสก็อาจเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อทั้งไวรัส และแบคทีเรียเขาสู่ร่างกาย

TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ