นายมะนิช ปราณี พร้อมกับนางอังคณารัตน์ ภรรยา และลูก ๆ เดินทางมายังธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาธงธานี อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อจะโอนเงินคืนให้กับสามีและลูกตามที่ตกลงกันไว้ ต่อหน้าพนักงานสอบสวน
ในวันนี้มีการเปิดบัญชีให้กับลูกชายคนกลาง และโอนเงินให้จำนวน 500,000 บาท และลูกสาวคนเล็ก จำนวน 1 ล้านบาท ทั้ง 2 บัญชีนี้ ระบุในหลักเกณฑ์ ว่าจะสามารถเบิกถอนไปใช้จ่ายได้เมื่อลูกสาวคนเล็ก อายุ 18 ปี และลูกชายคนกลางอายุ 20 ปี โดยมีนายมะนิช ผู้เป็นพ่อร่วมลงชื่อบัญชีด้วย
นายมะนิช บอกว่าวันนี้เขาพร้อมลูก ได้มาทำธุรกรรมเพื่อเปิดบัญชีรับเงินโอนเงิน จากนางอังคณารัตน์ ตามที่ตกลงกันไว้ เพื่อเคลียร์กันให้จบ โดยเงินรางวัล 6 ล้านบาท หักภาษีเหลือ 5,930,000 บาท ก่อนหน้านี้ใช้หนี้สินไป 1 ล้าน 2 หมื่นบาท และทำบุญไปประมาณ 2 แสนบาท
ส่วนเงินที่เหลือก็จัดสรรแบ่งให้ญาติๆ ส่วนหนึ่งไปก่อนหน้านี้ ซึ่งจำนวนเงินไม่ชัดเจน แบ่งให้ลูก 3 คน ลูกชายคนโต 2 แสนบาท ลูกชายคนกลาง 5 แสนบาท
ลูกสาวคนเล็ก 1 ล้านบาท ส่วนตัวนายมะนิช ตอนแรกได้รับเงินโอนมาแล้ว 1 ล้านบาท และวันนี้อีก 1 ล้าน 5 แสนบาท รวมเป็น 2 ล้าน 5 แสนบาท ระหว่างเปิดบัญชี ทางนางอังคณารัตน์ต่อรองขอเงิน 1 แสนบาท เพื่อไว้ใช้สอยดูแลลูก ก็เป็นอันจบสำหรับเรื่องเงินดังกล่าว
หลังทำธุรกรรมเสร็จสิ้น นายมะนิช ยังได้โอบไหล่ภรรยา โดยทั้ง 2 บอกว่า เป็นการโอบกอดครั้งสุดท้ายก่อนที่จะแยกจากกัน ส่วนจะกลับมาคืนดีกันหรือไม่ ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต
ด้าน นางอังคณารักษ์ ก็ยังได้เปิดใจว่า ดีใจที่จบเรื่อง และขอให้ทุกอย่างยุติแค่นี้ ขอโทษที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และสับสนวุ่นวาย ส่วนที่เคยพูดว่านายมะนิชไม่ใช่สามี และท้าทายให้ตรวจสอบเรื่องที่เซ็นชื่อหลังลอตเตอรี เพราะโมโหที่ถูกสามีแจ้งจับ
หลังจากทำธุรกรรมที่ธนาคารเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งหมดก็เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรธวัชบุรี เพื่อพบกับ พ.ต.ท.สมศักดิ์ เกตุพิบูลย์ สารวัตรสอบสวน สภ.ธวัชบุรี เจ้าของสำนวนคดี เพื่อถอนแจ้งความ และยุติเรื่องราวทั้งหมด.