แม่น้องแมงปอ ไลฟ์ขายของเลี้ยงลูกป่วยติดเตียง ถูกเรียกภาษีหลักล้าน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




คุณแม่น้องแมงปอ ที่ถือว่าเป็นคุณแม่ยอดนักสู้ ดูแลลูกป่วยติดเตียง ด้วยการขายไลฟ์ขายของ ไม่กี่วันที่ผ่านมาคุณแม่ออกมาไลฟ์ผ่าน Tiktok ว่าโดนภาษีย้อนหลังจากการขายของออนไลน์ แม่บอกมันเยอะ ถึงขั้นที่ทั้งชีวิตไม่รู้จะใช้หมดไหม

คลิป "คุณแม่จันทกร แม่ของน้องแมงปอ" ที่เคยเป็นข่าวคุณแม่ผู้สู้ชีวิต ไลฟ์ขายของเลี้ยงลูกป่วยติดเตียง ล่าสุด คุณแม่ ร้องไห้ กลางไลฟ์ Tiktok ว่าตอนนี้ถูกกรมสรรพากร เรียกเก็บภาษีจำนวนเงินมหาศาล ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนจ่าย เงินสดตอนนี้ก็ไม่มี ทำให้ท้อมาก บางช่วงในไลฟ์ มีคนจะบริจาคให้ แม่ก็บอกขอไม่รับบริจาค แต่บอกว่าขอให้ช่วยอุดหนุนสินค้าจะดีกว่า

วิธีคำนวณภาษี "จากการขายของออนไลน์" ทุกช่องทาง

คนรุ่นใหม่ใช้ TikTok ในการค้นหาข้อมูลมากกว่ากูเกิลแล้ว?

วันนี้ 28 พ.ย. 2565 นางจันทกร ศรีวิชัย อายุ 54 ปี หรือแม่ของน้องแมงปออายุ 14 ปี เปิดใจกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า 1 สัปดาห์ก่อน  กรมสรรพากรโผล่มาที่บ้าน โดยไม่แจ้งล่วงหน้า และไม่ได้ส่งหนังสือมาแจ้งก่อน แต่ลงพื้นที่มาถามหา และบอกให้ตนเองให้นำStatement บัญชีธนาคารต่าง ๆ ย้อนหลัง 5 ปี ไปให้เพื่อตรวจสอบ

ด้วยความไม่มีความรู้ คิดเพียงว่าบริสุทธิ์ใจ ก็ทำตามที่สรรพากรสั่ง หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ สรรพากรตรวจสอบเสร็จ  แจ้งว่าต้องเสียภาษีย้อนหลัง มูลค่าเยอะมาก รวมแล้วกว่าหลักล้าน  และยังมีค่าปรับร่วมด้วย

พอทราบเรื่องดังกล่าว วันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะไลฟ์ขายของใน Tiktok ตนเองถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว เพราะมันอัดอั้น มันเป็นเงินจำนวนมหาศาล ที่ทั้งชีวิตนี้ไม่รู้จะหามาชดใช้ได้ยังไงในครั้งเดียว

แม่น้องแมงปอ บอกทีมข่าวว่าทุกวันนี้ยังไม่มีเงินสดที่จะหามาจ่ายได้ เพราะเงินในบัญชีที่มีเพียงหลักแสน ก็ต้องเอามาเป็นทุนซื้อวัตถุดิบ มีค่าใช่จ่ายของน้องแมงปออีกไม่ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน

ไม่รู้ว่าวันนี้ จะมีหน่วยงานไหนช่วยได้บ้าง ตนไม่มีความรู้ สู้ชีวิตหาเลี้ยงลูกไปวัน ๆ แต่ก็เข้าใจว่าพลเมืองต้องเสียภาษี แต่ไม่คิดว่ามันจะเยอะขนาดนี้ ตายไป 2 ชาติคงใช้ไม่หมด

นางจันทกร ยอมรับถือเป็นบทเรียนใหญ่มาก ตนเองไม่ได้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายไว้ด้วย เงินที่ซื้อวัตถุดิบ หรือเงินลงทุนต่าง ๆ ก็ไม่ได้ลงรายการไว้ เพราะการขายของไม่ใช่ว่าเงินที่เข้ามาคือกำไร มากกว่าครึ่งมันคือต้นทุนด้วยซ้ำ ตรงนี้ก็ไม่มีไปแสดงให้สรรพากร

ถามว่าทราบไหมว่า ต้องเสียภาษี เธอบอกว่าก็เคยศึกษาข้อมูล พอจะรู้ว่าขายของออนไลน์จะต้องเสียภาษี แต่ยอมรับไม่มีความรู้เลยว่าจะเริ่มต้นไปที่ไหน หรือไปยื่นยังไง

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ก็ยังไม่มีเงินครบจำนวนให้สรรพากร ที่จะนัดจ่ายวันที่ 15 ธ.ค. ที่จะถึงนี้ ซึ่งหากไม่มีเงินจำนวนมหาศาลไปจ่าย ก็จะโดนค่าปรับอีก 2 เท่า ทำให้ภาษีทวีคูณ สิ่งที่ดิ้นรนมาทั้งชีวิต ก็คงมีแค่ที่ดินที่อยู่อาศัยกับลูกเท่านั้น หากไม่มีเงินจ่าย แล้วโดนยึดทรัพย์ คงแทบไม่เหลืออะไร เป็นห่วงลูกที่ป่วยติดเตียง

นางจันทกร ย้ำว่าขอไม่รับเงินบริจาค ถ้าเป็นไปได้ ขอให้มาอุดหนุนสินค้าในช่อง Tiktok จะดีกว่า

จากนั้น ทีมข่าวพยายามสอบถามไปยังสรรพกรพื้นที่และอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บภาษี แต่ไม่สามารถติดต่อได้

แต่ก็มีผู้ที่มีความรู้ด้านภาษีให้ความเห็นในประเด็นนี้ว่า ปกติทุกคนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดในแต่ละประเภทของเงินได้ก็ต้องยื่นภาษีตามกฎหมาย รวมถึงผู้ที่มีอาชีพค้าขายถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40  อนุมาตรา 8 ซึ่งถ้ามีรายได้จากการขายของเกิน 6 หมื่นบาทต่อปี ก็ต้องยื่นแบบเข้าไป ซึ่งระบบจะคำนวนเงินมาให้ว่าต้องมีรายได้สุทธิเท่าไหร่ แล้วจึงนำรายได้สุทธิไปเสียภาษี ซึ่งหากรายได้สุทธิไม่ถึงเกณฑ์ เช่นรายได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาทต่อปีก็ไม่ต้องเสียภาษี    

เช่นเดียวกับมนุษย์เงินเดือนที่หากรายได้เกิน 120,000 บาทต่อปี ก็ต้องยื่นเสียภาษี

แต่กรณีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่โดนภาษีย้อนหลังนั้น ก็มีหลายคนมาแชร์ประสบการณ์ว่า ควรรีบติดต่อเจ้าหน้าที่หากไม่สามารถชำระได้ทันที ปกติเจ้าหน้าที่ก็มีมาตรการให้ผ่อนชำระได้ แต่หากไม่รีบติดต่อก็จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มอีก

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP สังคม

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ