เปิดที่มา “ทุนจีนสีเทา” เลือกไทยเป็นฐาน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กรณี ทุนจีนสีเทา ซึ่งสัปดาห์ที่แล้ว พีพีทีวี เปิดประเด็นกรณีมูลนิธิในจังหวัดเชียงใหม่ ที่เป็นต้นทางของการขอวีซ่า ให้กับเครือข่ายทุนจีนสีเทา จนเมื่อวานนี้ (9 ธ.ค.65) ที่จังหวัดเชียงใหม่ ก็มีปฏิบัติการตรวจค้นทั้งมูลนิธิ สถาบันการศึกษา และบ้านของบุคคลที่เกี่ยวข้องถึง 18 จุด เกี่ยวกับประเด็นนี้ อาจารย์รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ความเห็นเกี่ยวกับ ที่มาของ “ทุนจีนสีเทา” ไว้น่าสนใจ

ผู้สื่อข่าวพีพีทีวี วันนี้ 10 ธ.ค. 2565 ที่ลงพื้นที่ ไปพูดคุยกับ ดร.ณัฐกร วิฑิตานนท์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งทำวิจัยกรณีศึกษาเกี่ยวกับ คาสิโนคิงส์โรมัน กับการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ มานานกว่า 10 ปี

ให้ข้อมูลน่าสนใจ โดยระบุว่า จริงแล้วเรื่อง “ทุนจีน” ไม่ใช่เรื่องใหม่ในไทย ซึ่งมีมานานแล้ว เมื่อก่อน ทุนจีน เข้ามาลงทุนในภาคการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงภาคการเกษตร อย่างเช่น ล้งลำไย

ผู้รับเหมา แฉ ตู้ห่าวเบี้ยวค่าจ้างกว่า 100 ล้าน

“ชูวิทย์” แฉ พล.ต.ต.เพื่อนร่วมรุ่นบิ๊กโจ๊ก เอี่ยวรับส่วยแปลงวีซ่าทุนจีนสีเทา

แต่จาก “ทุนจีน” กลายมาเป็น “ทุนจีนสีเทา” นั้น ดร.ณัฐกร มองว่า ก่อนหน้านี้ คนจีนที่เข้ามาทำธุรกิจส่วนหนึ่ง ก็พยายามหาช่องทางซิกแซก เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจอยู่แล้ว ทั้งในรูปแบบนอมินี การจดทะเบียนสมรสกับคนไทย หรือแม้กระทั่งเรื่องของการแปลงวีซ่า ซึ่งทำกันมานานกว่า 10 ปี แล้ว โดยเฉพาะวีซ่านักเรียนนักศึกษา ด้วยการลงเรียน เพื่อที่จะใช้วีซ่าพำนัก และปักหลักทำธุรกิจในไทยได้ อย่างเช่น ไกด์เถื่อน  ตามสถาบันการศึกษาเอกชน ก็มีนักศึกษาชาวจีน เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างน่าสังเกต

กระทั่งตอนนี้ “ทุนจีนสีเทา” กลายเป็นประเด็นใหญ่ในไทย เชื่อว่าเกิดจาก 2 ปัจจัยสำคัญ คือ 1.การแตกของ “สีหนุวิลล์” จนมีการประกาศ ปิดคาสิโนออนไลน์ในสิ้นปี 2019  ทำให้กลุ่มจีนเทา จึงต้องมองหาสถานที่ใหม่ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายอ่อนแอ โดยเฉพาะตามแนวชายแดน จึงทำให้ธุรกิจสีเทาเติบโตในไทย

นอกจากนั้นข้อที่ 2.คือนโยบายโควิด-19 เป็นศูนย์ของจีนที่เคร่งครัดมาก จึงทำให้คนจำนวนหนึ่งไม่สามารถทำมาหากินได้ จึงต้องออกมาหาฐานในการทำธุรกิจ ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในพื้นที่ ที่เปิดประเทศ และอำนวยความสะดวกชาวต่างชาติ และกลุ่มนักท่องเที่ยว อย่างเช่นจีนที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า จึงเป็นโอกาสที่ทำให้เข้ามาง่ายขึ้น รวมถึงประเด็น “สินบนและค่าคุ้มครอง” ที่ช่วยให้คนกลุ่มนี้สามารถทำธุรกิจสีเทาได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกเอาผิด

ส่วนประเด็น “จ้าวเหว่ย” เจ้าพ่อคิงส์โรมัน ที่ก่อนหน้านี้ นายชูวิทย์ ออกมาแฉในลักษณะว่า เป็นเบื้องหลัง บงการธุรกิจสีเทาในไทย เป็นคนที่อยู่ในจุดสูงสุดของเครือข่ายนี้ ดร.ณัฐกร มองว่า ไม่เห็นด้วย เพราะมีข้อมูลบางอย่างที่ขัดแย้งกับข้อมูลที่ตัวเองศึกษาเรื่องนี้ อย่างเช่น กรณีที่บอกว่า จ้าวเหว่ย ไม่เคยเหยียบเมืองไทย

แต่จริงๆแล้วก่อนหน้าที่ จ้าวเหว่ย จะถูกประเทศสหรัฐอเมริกาขึ้นแบล็กลิสต์  จ้าวเหว่ย ใช้ประเทศไทย เป็นเส้นทางจากมาเก๊า ซึ่งเขาถือสัญชาติ ผ่านเข้าคิงส์โรมัน ตลอด โดยมักจะเดินทางมาที่ จังหวัดเชียงราย และเชียงใหม่ เป็นประจำ  แต่ตนมอง ว่า  จ้าวเหว่ย ไม่น่าจะเป็นหัวหน้าแก๊งของกลุ่มทุนจีนสีเทาในไทย แต่ก็อาจจะเป็นไปได้ที่มีเครือข่ายไปเกี่ยวข้อง เพราะในคิงส์โรมัน มีเครือข่ายธุรกิจสีเทาอยู่จำนวนมาก

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ