พีพีทีวี ได้พูดคุยกับ เจ้าหน้าที่ระดับสูง ซึ่งเป็นคณะกรรมการ ที่ทำการสืบสวนสอบสวน ในเรื่องนี้อยู่ ให้ข้อมูลว่า ในขบวนการทุจริตสอบ “นายสิบตำรวจ” จะมีแก๊งนายหน้า ติดต่อกับ ผู้เข้าสอบ โดย แก๊งนายหน้า จะนำบัญชีรายชื่อผู้เข้าสอบ มาจากเจ้าหน้าที่ในศูนย์บังคับการฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 9 (ศฝร.ภ.9) ไปทำการศึกษา และติดต่อกับผู้สอบที่มีฐานะดี มีกำลังทรัพย์ และเสนอช่วยให้สอบได้ ด้วยการเรียกรับเงิน “วิ่งเต้น” อ้างว่า เป็นการซื้อคำเฉลยข้อสอบ โดยมีราคา ตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท ต่อ ราย
จากการสอบสวน พบ เจ้าหน้าที่ ศูนย์บังคับการฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 9 (ศฝร.ภ.9) ซึ่งมีหน้าที่ในการรับกล่องข้อสอบ จากส่วนกลาง ดูแลรักษา และ ควบคุมการสอบ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ประจำสนามสอบ มี การทุจริต รับเงินจาก “ร.ต.อ.หญิง” รายหนึ่ง ตำแหน่ง รองสารวัตร ซึ่งเป็น 1 ในแก๊งนายหน้า
พนักงานสอบสวน มีหลักฐานเส้นทางการเงินแล้ว และยังพบนายตำรวจระดับ “พันตำรวจโท” อีกคน เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ อยู่ระหว่างหาจุดเชื่อมโยง กับกลุ่มผู้ทำผิดกลุ่มแรก ที่มีหลักฐานในการเอาผิดที่ชัดเจน โดยพบผู้ร่วมกระทำผิด ในขบวนการนี้แล้ว รวม 35 คน
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวไปพูดคุยกับ พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เกี่ยวกับกรณีการทุจริตสอบตำรวจ ว่า ทุกครั้งที่มีการสอบตำรวจ มักมีความพยายามทุจริตในการสอบด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งเรื่องข้อสอบ และการติดสินบน เพื่อให้มีโอกาสในการเข้ารับราชการตำรวจ โดยมีคนในวงการตำรวจ รู้เห็นเป็นใจ และทำเป็นขบวนการ หัวใจสำคัญ คือ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ต้องนำข้อสอบออกมาก่อน เพื่อนำไปบอกต่อให้กับคนที่จะเข้าสอบ
นอกจากนี้ยังมีบางส่วน ที่ตั้งใจหลอกเรียกรับเงิน โดยที่ไม่ช่วยเหลืออะไร ค่าติดสินบนต่อคน มีตั้งแต่ หลักแสน ถึงหลักล้าน ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้การสอบตำรวจ มีปัญหา ต่างจากการสอบสนามอื่นๆ เช่น สนามสอบ กพ. เป็นเพราะว่า ในวงการนี้ใครอยู่ใกล้อะไร ก็หาประโยชน์จากสิ่งนั้น ปล่อยให้การทุจริต เป็นเหมือนสิ่งที่ถูกกฎหมาย ทำให้บางคน อยากแสวงหาประโยชน์ในแบบเดียวกัน จึงเข้ามาสมัครเป็นตำรวจ
ส่วนการทุจริตเรื่องข้อสอบที่เกิดขึ้น มีตำรวจระดับไหนเกี่ยวข้องบ้าง คงตอบยาก แต่ส่วนตัว พ.ต.อ.วิรุตม์ ตั้งข้อสังเกตว่า มีความเป็นได้หรือไม่ ที่ผู้มีอำนาจ อาจจะหลับหูหลับตา ปล่อยผ่านให้เกิดการทุจริต เพราะมีผลประโยชน์เรื่องเงินจำนวนมากเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่พอถูกจับได้ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เรื่องนี้สะท้อนว่า ประสิทธิภาพการทำงานของตำรวจไม่มีประสิทธิภาพ ปล่อยให้มีการทุจริตในองค์กรตัวเอง
ส่วนเหตุผลที่หลายคนอยากสมัครเป็นตำรวจ แม้จะมีเงินเดือนน้อย งานเยอะ พ.ต.อ.วิรุตม์ มองว่า ปัจจุบัน ไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว เพราะตำรวจนอกจากได้สิทธิประโยชน์ และความมั่นคงเหมือนข้าราชการทั่วไปแล้ว ยังมีประโยชน์แฝง เรื่องฐานะทางสังคม การใช้อำนาจหาผลประโยชน์ทางอื่นได้ เช่น ทำธุรกิจสีเทา ย้ำว่าองค์กรตำรวจ ควรมีการปฎิรูป เพื่อฟื้นคืนความศรัทธาให้กับประชาชน เพราะหากไม่มีการปรับตัวสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายกว่าคำว่าวิบัติในศรัทธา
นอกจากนี้ พ.ต.อ.วิรุตม์ ยังบอกอีก ว่า หากหน่วยงานตำรวจ ไม่สามารถจัดสอบอย่างโปร่งใสได้ หรือจัดสอบแล้วมีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้น แนะนำให้หน่วยงานอื่น เข้ามาดูแล และเป็นผู้จัดสอบแทน เช่น หน่วยงาน กพ.