คืบหน้า"เรือหลวงสุโขทัย"อับปาง พบผู้รอดชีวิตเพิ่ม 2 ราย ตาย 4 ราย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผบ.ทร.แถลงความคืบหน้า "เรือหลวงสุโขทัย" อับปาง ปฏิบัติการค้นพบเพิ่ม 6 รายมี 4 รายเสียชีวิต สั่งสอบเหตุเรือล่ม-เสื้อชูชีพไม่พอ

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพเรือแถลงความคืบหน้าเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.เวลา 23.30 น. โดยปัจจุบันมีผู้สูญหายอีก 29 คนที่ยังอยู่ระหว่างค้นหา

ล่าสุด 17.00 น. พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า ปฏิบัติการค้นหากำลังพลที่ประสบภัยวันนี้ พบผู้ประสบภัยเพิ่มขึ้น 6 ราย เป็นกำลังพลที่ยังมีชีวิต 2 ราย และเสียชีวิต 4 ราย ต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติพี่น้องของกำลังพลมา ณ ที่นี้ 

พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า เรือหลวงสุโขทัย เป็นเรือรบของกองทัพเรือที่มีขีดความสามารถสูงรบได้ทั้ง 3 มิติ มีเกียรติประวัติรับราชการมาอย่างต่อเนื่อง เคยปฏิบัติงานในสภาพคลื่นลมแรงในทุกทะเล ปัจจุบันมีอายุ 36 ปี ตามระเบียบกองทัพเรือ กำหนดให้เรือฟริเกต อย่างเรือหลวงสุโขทัยมีอายุใช้งาน 40 ปี ซึ่งที่ผ่านมาสภาพการใช้งานได้ตามปกติ 

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรือหลวงสุโขทัย ปัจจุบันปฏิบัติราชการอยู่ในทัพเรือภาคที่ 1 เป็นหน่วยเฉพาะกิจของกองทัพเรือ รับผิดชอบดูแลพื้นที่ฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนบน วันที่ 18 ธ.ค.ได้รับภารกิจออกลาดตระเวน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล จากสภาพอากาศที่กรมอุตุนิยิมวิทยาประกาศให้รับทราบว่ามีมรสุมกำลังแรง นอกจากนั้นยังปฏิบัติภารกิจสนับสนุน การนำส่งกำลังพลเพื่อร่วมงานครบรอบ 100 ปีของกรมหลวงชุมพร ที่หาดทรายรี จ.ชุมพร

ช่วงเวลาดังกล่าว เรือหลวงสุโขทัย เดินทางไปกับ เรือหลวงกระบุรี ไม่สามารถทิ้งสมอในพื้นที่ดังกล่าวได้ จึงขออนุญาตกองทัพเรือภาคที่ 1 ขอจอดที่ท่าเรือบางสะพาน ซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึก เพื่อหลบคลื่นลม โดย เรือหลวงกระบุรี เข้าไปจอดในท่าเรือได้แล้วตั้งแต่บ่าย 18 ธ.ค. และ เรือหลวงสุโขทัย กำลังเดินทางตามไป อย่างไรก็ตาม ระหว่างเดินทางสภาพอากาศรุนแรง ช่วงเวลาเดียวกันพบว่ามีเรือสินค้าเกยตื้นที่ จ.สงขลา และมีรายงานเรือสินค้าจมอีกหลายพื้นที่ ทำให้เห็นว่าช่วงเวลาดังกล่าวมีสภาพคลื่นลมแรงมาก

รับทราบข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า เรือหลวงสุโขทัย มีน้ำเข้ามาปริมาณมากจากหัวเรือ ทำให้เกิคความเสียหายกับเครื่องไฟฟ้าและเครื่องจักรช่วย ทางเรือพยายามสูบน้ำออกตามขั้นตอน แต่ไม่สามารถทำได้ทันกับปริมาณน้ำที่เข้ามา เป็นผลทำให้น้ำเข้ามาในตัวเรือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เครื่องยนต์ซ้ายดับ สูญเสียการควบคุมใบจักรทำความเร็วไม่ได้ สุดท้ายน้ำท่วมจนทำให้ไฟฟ้าดับทั้งหมด กลายเป็นเรือมีสภาพลอยลำกลางทะเล เมื่อน้ำเข้ามาเรื่อยๆ จนมีสภาพเรือเอียง

พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวอีกว่า ระหว่างประสบภัย เรือหลวงสุโขทัยได้ร้องขอการช่วยเหลือไปที่ทัพเรือภาคที่ 1 จึงสั่งการให้ เรือหลวงกระบุรีออกช่วยเหลือ ซึ่งห่างจากท่าเรือ 20 ไมล์ทะเล จากนั้นยังสั่งการให้ เรือหลวงอ่างทอง และ เรือหลวงภูมิพล พร้อมกับเครื่องบินลาดตระเวน และ ฮ.ปราบเรือดำน้ำ เข้าปฏิบัติการช่วยเหลือเรือหลวงสุโขทัย

คอนเทนต์แนะนำ
ปูพรมค้นหา 30 กำลังพล “เรือหลวงสุโขทัย” เน้นพื้นที่ชายฝั่ง

สำหรับมาตรการช่วยชีวิต โดยปกติกำลังพลทุกนายของเรือหลวงสุโขทัยจะมีเสื้อชูชีพประจำตัว ซึ่งเรือรบทุกลำจะติดตั้งแพชูชีพอัตโนมัติที่ตัวเรือ สามารถปลดด้วยระบบมือ แมนนวลและอัตโนมัติตามแรงดันน้ำ บรรจุกำลังพลได้ 15 คน โดยมีทั้งสิ้น 6 ลำ เพียงพอต่อกำลังพล นอกจากนั้นยังมี แพชูชีพ ของเรือหลวงกระบุรี ที่นำออกมาช่วยผู้ประสบภัย และยังมีแพชูชีพของเครื่องบินลาดตระเวนที่นำมาให้การช่วยเหลือ 

จากรายงานที่ได้รับ พบว่า เรือหลวงสุโขทัย รายงานว่าเรือมีสภาพเอียงคงที่ คาดว่า หากเรือพักจากบางสะพานมาถึงจะสามารถลากเรือไปที่บางสะพานได้ จึงไม่คิดที่จะย้ายกำลังพลลงแพชูชีพ เพราะคาดหวังว่า เรือมีสภาพเอียงคงที่ และลอยเคลื่อนที่ในลักษณะที่ไม่มีการเอียงเพิ่ม ในขณะนั้น คลื่นลมแรงมาก มีคลื่นสูง 3-4 เมตร กองทัพเรือได้สั่งการให้ เรือหลวงกระบุรีให้การช่วยเหลือ หากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ระหว่างรอเรือพักเข้าช่วยเหลือ

ขณะนั้นเรือเริ่มเอียงมากขึ้น เริ่มจมลงจากด้านท้าย จนกระทั่งหัวเรือตั้งขึ้นมา ช่วงนั้นทำให้เกิดเหตุชุลมุน กำลังพลบางส่วนกดแพชูชีพ ให้กำลังพลที่ไม่มีเสื้อชูชีพขึ้นไปบนแพ กำลังพลบางส่วนที่ถูกคลื่นพัด ก็ว่ายน้ำไปหาเรือที่อยู่ใกล้กัน

ช่วงนั้นช่วยกำลังพลส่วนใหญ่ขึ้นมาได้ นอกจากนั้นมีเรือสินค้า และเรือน้ำมัน ที่ช่วยเหลือกำลังพลบนแพชูชีพที่ลอยออกไปได้ประมาณเกือบ 20 คน ทำให้ช่วงนั้นช่วยกำลังพลได้ 75 คน สูญหาย 30 คน

ต่อมา เรือหลวงกระบุรี ค้นหาผู้สูญหาย แต่ไม่พบ ขณะเดียวกันบนเรือมีผู้บาดเจ็บ ในสภาพเลือดออกที่ศรีษะปริมาณมาก และมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิต รวมถึงมีผู้ที่อยู่ในสภาพแขนหัก ขาหัก จึงได้เดินทางกลับเพื่อส่งผู้ประสบภัยขึ้นบก 

พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวย้ำว่า ขอชี้แจงว่า เรื่องทั้งหมดที่กล่าวมานั้น กองทัพเรือต้องมีการรายงานเหตุการณ์ตามระเบียบ เป็นการรายงานด่วนถึงผู้บังคับบัญชาตามระดับชั้น จนถึง รมว.กลาโหม ต้องมีการสอบสวนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องให้หน่วยที่เป็นผู้บงคับบัญชาของทัพเรือภาคที่ 1 รายงานข้อเท็จจริงและรายงานความสูญเสียทั้งกำลังแพลและยุทโธปกรณ์ รวมถึงต้องรายงานความรับผิดทางละเมิดตามกฎหมาย

ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุของเรือจม หรือเสื้อชูชีพไม่พอกับกำลังพลที่มาสมทบ จะต้องถูกสอบสวน และรายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดมาที่กองทัพเรือ ขอให้ได้รับทราบว่าเรามีกฎหมาย มีแนวทางปฏิบัติต้องสอบสวนข้อเท็จจริงทุกเรื่องและรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น

หากเครื่องบินตก ต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบสาเหตุ บางเรื่อง เราสามารถเปิดเผยได้ บางเรื่องเป็นความลับราชการ ต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ยืนยันว่า กองทัพเรือไม่ปกปิด และยืนยันว่าจะสอบสวนหาข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา

กองทัพเรือมีการจัดตั้ง ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อดูแลญาติพี่น้องทั้งกำลังพลที่บาดเจ็บและเสียชีวิต ขณะเดียวกัน ตั้งศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือส่วนหน้า เพื่อช่วยกำลังพลที่พบเพิ่มเติม 

ผมขอยืนยันว่ากองทัพเรือจะทำทุกอย่างเต็มความสามารถในการช่วยเหลือกำลังพลทั้งที่รับตัวมาแล้วและที่ยังค้นหาไม่พบ

คอนเทนต์แนะนำ
ทร.เร่งค้นหากำลังพล 31 นาย เหตุ “เรือหลวงสุโขทัย” อับปาง ยันยังไม่พบผู้เสียชีวิต
ทอ.ส่งฮ. EC-725 ร่วมค้นหากำลังพล ร.ล.สุโขทัย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ