“ชัยวัฒน์” เข้าให้ปากคำ ปปป. คดีทุจริตรับส่วย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




“ชัยวัฒน์” เข้าให้ปากคำ ปปป. คดีทุจริตรับส่วย มั่นใจหลักฐาน ไม่มีกลั่นแกล้งแน่นนอน

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จังหวัดอุบลราชธานี พยานปากสำคัญที่ออกมาเปิดเผยเรื่องการทุจริตเรียกรับเงินเพื่อรักษาตำแหน่ง ของ นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช จนนำไปสู่การจับกุมได้เข้าให้ปากคำ ตำรวจ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) วันนี้  โดยมีปลัดอำเภอ พื้นที่แก่งกระจาน ซึ่งเป็นเพื่อนนายชัยวัฒน์ นำดอกไม้มามอบให้ เพื่อให้กำลังใจ 

ลุ้นกันหนัก! สัมพันธ์ “อั้ม-พก” ยังไปต่อมั้ย? หลังลือสนั่นรักสะดุด ฝ่ายชายงงปมโยงมือที่สาม

รวบคนร้าย หลอกขายบัตรคอนเสิร์ต "มาร์ค ต้วน"

 

นายชัยวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ก่อนเข้าให้ปากคำ โดยเผยว่า ได้เดินทางไปให้ปากคำ คณะกรรมการสอบสวนฯ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อน แล้วจึงเดินทางมาให้ปากคำที่นี่ ส่วนตัวเชื่อมั่นในหลักฐานของตำรวจ ที่จะเอาผิด ตัวนายรัฐฎาได้ เพราะในห้องทำงานนายรัชฏา มีกล้องวงจรอย่างน้อย 4 ตัว ไม่มีการกลั่นแกล้งแน่นอน 

สำหรับการเรียกสอบในวันนี้ เบื้องต้นทราบว่ามีประเด็นเรื่องเกี่ยวกับหลักฐานรายชื่อหน้าซองเงิน ซึ่งหากตัวเองรู้ว่ารายชื่อนั้นเป็นใครก็จะให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่

สำหรับเรื่องการทุจริตเรียกรับเงินในครั้งนี้ของนายรัชฎา นายชัยวัฒน์บอกว่า ได้รับรู้เรื่องนี้มาหลังเดือนตุลาคม ปี65 ที่ตัวเองกลับมารับตำแหน่ง พบเห็นความผิดปกติของหัวหน้าหน่วยเมื่อสอบถามก็พบว่าต้องมีการนำเงินไปจ่ายให้กับอธิบดี เมื่อรู้ข้อมูลว่ามีการเรียกรับเงินอย่างไร จ่ายกี่% จ่ายเท่าไหร่ จึงได้เข้าไปพูดคุยกับอธิบดีด้วยตัวเองช่วงปลายเดือนตุลาคม แต่ก็ไม่เป็นผล ยังคงมีการเรียกรับเงิน จึงตัดสินใจร้อง ป.ป.ช.ก่อนมีการตรวจค้นจับกุมครั้งนี้

ภายหลังจากที่นำเรื่องนี้มาเปิดเผย นายชัยวัฒน์บอกว่า เจ้าหน้าที่อุทยานส่วนใหญ่ให้กำลังใจ ขอบคุณที่ออกมาเปิดเผยข้อมูล  ส่วนกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย เสียผลประโยชน์ก็มีการข่มขู่ แต่ตัวเองก็ไม่เกรงกลัว

ส่วนกรณีที่มีข้อสงสัยว่า ทำไมเมื่อมีการตรวจค้นจับกุมแล้ว ถึงไม่ขยายผลไปค้นบ้านของนายรัชฎา ส่วนนี้ตัวเองขอไม่ออกความเห็น

ด้านนายศศิน เฉลิมลาภ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ ที่ต้องออกมาเรียกร้องคืนความชอบธรรม ให้ข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตามแถลงการณ์มูลนิธิสืบนาคะเสถียรเมื่อวานนี้นั้น

เพราะระบบเคาะกะลาทำลายป่า ที่อธิบดีรัชฎาโดนล่อซื้อ  เรื่องการทุจริตผลประโยชน์เป็นเพียงสิ่งที่เห็นได้ชัด แต่ปัญหาที่ทำลายองค์กร และความเป็นธรรมที่ยังไม่ได้พูดกันมากนักได้แก่

อธิบดีรัชฏา เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ เข้ามาทำงานวันแรก ก็มีคำสั่งย้ายข้าราชการระดับซี 9 ราวๆ 20-30 คน โดยไม่มีความผิดอะไร หลายคนก็มีผลงานดีเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งขาดความชอบธรรม

หลายคนที่คัดมาทำหน้าที่ ตำแหน่งซี 9 แทนคนที่ถูกย้ายออก หลายคนมีมลทินด้านการทุจริต ระดับ ป.ป.ช.ชี้มูล และการแต่งตั้ง ยังมีข้อสังเกตว่า การคัดสรร คนให้กระทรวงแต่งตั้ง ได้รวดเร็ว มากกว่าจะสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถตามขั้นตอน 

นอกจากนี้ คำสั่งให้ข้าราชการระดับ 8 นับ 100 ตำแหน่ง ที่เป็นข้าราชการที่อาวุโสทำงานมายาวนาน 20-30 ปี กลับไปประจำตำแหน่งสังกัดเดิม ถ้ามีคำสั่งให้คนอื่นมาแทนทันที เป็นเทคนิคที่แทบจะไม่เคยมีใครเคยเห็นว่าทำกันได้ขนาดนี้ ข้าราชการระดับผู้อำนวยการส่วน และหัวหน้าพ้นที่อนุรักษ์สำคัญ ถูกเป็นเป้าหมายเพื่อโยกย้ายคนอื่นเข้ามาแทนที่ได้ทันที โดยไม่ต้องหาตำแหน่งที่มีความสำคัญเทียบเท่ากันไว้รองรับ เป็นช่องให้เรียกรับผลประโยชน์สองต่อ 

ส่วนหัวหน้าหน่วยงานภาคสนาม หลายคนผ่านงานสำคัญมา แต่ก็ถูกโยกย้ายเป็นคำสั่งรายวัน ที่ไม่เป็นธรรม หากใครมาทำงานแทนอธิบดีรัฐฎา ขอคืนความชอบธรรมให้บุคคลเหล่านี้ด้วย

คำขวัญวันเด็ก ปี 2566 “รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดี”

"วราวุธ" ขอให้เชื่อมั่น ทส. ย้ำแก้ปัญหาส่วย

 

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP สังคม

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ