บรรยากาศที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ตั้งแต่ช่วงเวลา 09:00 น. ที่ผ่านมา มีสื่อมวลชนทยอยเดินทางมาติดตาม และรอฟังคำตอบ ว่าจะแถลงผลการตรวจแอลกอฮอล์จากเลือดของเสี่ยเบนท์ลี่ย์ อย่างเป็นทางการ หลังจากพล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น.ในฐานะโฆษก บช.น. ได้ออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา ว่าผลตรวจแอลกอฮอล์จากเลือดของ “เสี่ยเบนท์ลี่ย์” จะรู้ผลตั้งแต่เมื่อวานนี้ (10 ม.ค.)
จนถึงตอนนี้ สื่อมวลชนยังไม่พบผู้ที่จะยืนยันได้ และยังไม่มีความแน่ชัดว่าจะเผยผลตรวจแอลกอฮอล์ดังกล่าว ภายในวันนี้ หรือต้องรอถึงวันไหน เนื่องจากสื่อมวลชนได้ซักถามไปตั้งแต่เมื่อวาน แต่ยังไร้คำตอบจนถึงตอนนี้
ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้พยายาม ติดต่อไปยัง พ.ต.ท. พิเชษฐ์ ก้อนแพง รอง ผกก.(สอบสวน) งานศูนย์ควบคุมจราจร1 กก.2 บก.จร. สน.ทางด่วน 1 ตำรวจผู้รับผิดชอบคดี สอบถามว่ามีความคืบหน้าอย่างไร แต่เบื้องต้นก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งผู้สื่อข่าวภาคสนามบอกว่า เช็คแล้วค่อนข้างชัดเจนว่า ผลตรวจเลือดของคนขับรถเบนท์ลีย์ ไม่เกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่ต้องรอตำรวจแถลงข่าวอีกครั้ง
หากผลการตรวจเลือดออกมาว่า ไม่เกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ โทษที่คนขับเบนลีย์จะเบามาก เมื่อเทียบกับข้อหาเมาแล้วขับ เราเปรียบเทียบให้ดูว่าถ้าเมา กับ ไม่เมาแล้วขับ ข้อหากับโทษต่างกันอย่างไร
ตอนนี้คนขับรถเบนท์ลีย์ถูกแจ้งข้อหาไปเพียง 2 ข้อหา คือ
1.ขับรถประมาททำให้เสียทรัพย์โทษปรับ 400 - 1,000 บาท ตามพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4) ประกอบมาตรา 157
2.ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390
แต่ข้อหา เมาแล้วขับ โทษมากกว่านั้น คือ
1.หากเมาแล้วขับ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกพักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ตามกฎหมายใหม่ หากทำผิดข้อหาเมาแล้วขับซ้ำภายใน 2 ปี อัตราโทษเพิ่มเป็น จำคุกไม่เกินสองปี ปรับ 50,000 ถึง 100,000 บาท พักอนุญาตใบขับขี่ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
2.“เมาแล้วขับ” แล้ว “ปฏิเสธการเป่า” หรือทำให้เกิดอุบัติเหตุ
โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 10,000 – 20,000 บาท ระงับใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 6 เดือน และ
3.“เมาแล้วขับ” และทำให้ผู้อื่น “บาดเจ็บ”
จำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท และถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ