ทีมงานจากมูลนิธิวิจัยมานุษยวิทยา “ฟาเรส” (FARES) ของกัวเตมาลา ซึ่งกำกับดูแลการศึกษาที่เรียกว่า “ลิดาร์” (LiDAR) ได้ออกแถลงการณ์ถึงการค้นพบล่าสุดนี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (16 ม.ค.) โดยระบุว่า จากการศึกษาครั้งใหม่ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นการใช้เครื่องบินหลายลำยิงคลื่นแสงเข้าไปในป่าทึบที่ใจกลางอารยธรรมมายาที่มีอายุ 3,000 ปี และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง
พบการตั้งถิ่นฐานของชาวมายาโบราณเกือบ 1,000 แห่ง รวมถึงเมืองที่ไม่รู้จักก่อนหน้านี้ 417 แห่ง และพบพีระมิด สนามบอล และวิศวกรรมเกี่ยวกับระบบน้ำที่สำคัญ รวมถึง อ่างเก็บน้ำ เขื่อน และคลองชลประทานด้วย นอกจากนี้จากข้อมูลของการวิจัย หนึ่งในรายละเอียดที่มีการเปิดเผยในการวิเคราะห์ครั้งล่าสุด คือ ระบบทางหลวง หรือซูเปอร์ไฮเวย์ขนาดใหญ่ ที่สร้างขึ้นด้วยหินเป็นแห่งแรกของโลกในยุคโบราณด้วย
ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดระบุว่า ทางหลวงนี้ทอดยาวประมาณ 177 กิโลเมตร โดยถนนบางสายกว้างราว 40 เมตร และอยู่สูงจากพื้นถึง 5 เมตร สำหรับการค้นพบครั้งล่าสุดนี้ สามารถย้อนกลับไปถึงสมัยที่เรียกว่า ยุคมายาช่วงกลางถึงช่วงปลาย ตั้งช่วงประมาณ 1,000-35 ปีก่อนคริสตกาล
โดยช่วงเวลาดังกล่าวมีการตั้งถิ่นฐานหลายแห่ง ที่เชื่อว่า ถูกควบคุมโดยมหานครที่รู้จักกันในชื่อ “เอล มิราดอร์” ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นช่วงเวลามากกว่า 500 ปี ก่อนที่อารยธรรมจะถึงจุดสูงสุดในยุคคลาสสิก เมื่อศูนย์กลางเมืองใหญ่หลายสิบแห่ง ขยายตัวทั่วเม็กซิโก และอเมริกากลางในปัจจุบัน