ดาราไต้หวัน เล่าเหตุการณ์ผ่านบีบีซีไทย ถูกตร.ไถเงิน-ยัดบุหรี่ไฟฟ้า


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ดาราไต้หวัน ให้สัมภาษณ์พิเศษกับบีบีซีไทย ยืนยันถูกรีดไถเงิน 2.7 หมื่นบาท แฉอีกถูกตร.นำบุหรี่ไฟฟ้ายัดใส่มือแล้วถ่ายรูป

จากกรณี อันยู๋ชิง ดาราไต้หวัน ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่อ้างว่าถูกตำรวจไทยรีดไถเงิน 2.7 หมื่นบาท ขณะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย แต่ทางตำรวจไทยได้ออกมาปฏิเสธกรณีดังกล่าว จนเกิดประเด็นดรามา ระหว่างดาราสาวชาวไต้หวัน กับตำรวจไทย   

ล่าสุด อันยู๋ชิง หรือที่เรียกกันว่า “ชาลีน อัน”  ได้สัมภาษณ์พิเศษกับ สำนักข่าว “บีบีซีไทย” ว่า เธอถูกสื่อบางสำนักและตำรวจ “บิดเบือนข้อมูล” จนทำให้หลายคนมองว่าเธอกำลังโกหก

ฉบับเต็ม! พีพีทีวี แชตคุย ดาราไต้หวัน ชี้จุดถูกไถเงิน - จ่อแจ้งความ ตร.สากล

สั่งเด้ง! ผู้กำกับ สน.ห้วยขวาง เซ่นปมตั้งด่านรีดเงินดาราไต้หวัน

สั่งเด้งตำรวจ สน.ห้วยขวางอีก 7 นาย ชุดตั้งด่านรีดเงินดาราไต้หวัน

เรื่องมันเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 4 ม.ค. 2566 ที่เธอได้ไปเที่ยวไนต์คลับกับเพื่อนหลายคน

“หลังจากเที่ยวไนต์คลับแล้ว ฉันช่วยเพื่อนเรียกรถแท็กซี่ก่อน ซึ่งจากช่วงที่รอรถ ไปจนสิ้นสุดเหตุการณ์กับตำรวจ ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง” ชาลีน อัน แก้ไขความเข้าใจผิด ที่สื่อบางสำนักรายงานว่า เธออยู่กับตำรวจนานกว่า 2 ชั่วโมง

เรื่องเวลาที่แน่ชัดนั้น เธอไม่ขอแสดงความเห็น เพราะเวลานั้น เธอมีเพียงโทรศัพท์มือถือ และไฟส่องสว่างบริเวณนั้นไม่มากนัก ทำให้กะเวลาไม่ได้ แต่คิดว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเวลาตี 1 ถึงตี 3 ของวันที่ 5 ม.ค.

“เราเจอด่านตำรวจ ก้าวลงมาจากรถ แล้วถูกตำรวจตรวจกระเป๋า” เธอเล่าถึงข้อมูลที่เคยปรากฏในหน้าสื่ออยู่แล้ว แต่ยืนกรานว่า พยายามขอให้เพื่อนบันทึกการกระทำของตำรวจ แต่ถูกตำรวจเดินเข้ามาห้าม แล้วลบภาพและวิดีโอออกไป

“เพื่อนของฉัน (คนสิงคโปร์) พอรู้ภาษาไทย เลยไปคุยกับตำรวจ ฉันอยู่ตรงนั้นตอลด แต่ฉันไม่ค่อยเข้าใจภาษา เพื่อนฉันบอกว่า ตำรวจต้องการเงิน 27,000 บาท” แต่สิ่งที่ ชาลีน อัน ไม่คาดคิดคือ ตำรวจนำบุหรี่ไฟฟ้ามายัดใส่มือเธอแล้วถ่ายรูป ก่อนจะเรียกแท็กซี่ให้

เธอยังยืนกรานว่า “ฉันรู้ตัวดีว่าไม่ได้เมา และแน่นอนว่า ฉันไม่มีบุหรี่ไฟฟ้าอยู่กับตัวเวลานั้น คนอื่นมีหรือเปล่าฉันไม่รู้…แล้วฉันก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้านั่นไม่ใช่ของฉัน เพราะตำรวจลบภาพและวิดีโอไปหมด”

ก่อนที่ตำรวจจะปล่อยเธอและเพื่อนไป ได้ให้เหตุผลว่า เพราะพวกเธอดูไม่ใช่คนอันตราย “แต่ถ้าฉันไม่ใช่คนอันตราย ทำไมยื้อฉันไว้กว่า 45 นาที”

“สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้จากเรื่องนี้ คือ ฉันต้องให้ความร่วมมือ ... เราอาจกระทำอะไรผิดพลาดไปโดยไม่ตั้งใจก็ได้ แต่ด้วยพัฒนาการของเทคโนโลยี ทำไมตำรวจไม่ใช้ Google Translate ช่วยแปลภาษา ทำไมไม่ออกใบสั่งมาอย่างถูกต้อง”

“กลายเป็นว่าตำรวจให้เราจ่ายเงิน แล้วเลี่ยงกล้องวงจรปิดด้วย ความจริงเลยขึ้นอยู่กับว่าสังคมจะตีความยังไง แต่พวกเราทุกคนมีคำตอบในใจอยู่แล้ว”

ส่วนภาพที่ปรากฏให้เห็นว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อ หลังผ่านพ้นด่านตำรวจไปแล้วนั้น ชาลีน อัน อธิบายว่า พวกเธอวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ส่วนกรณีที่โพสต์ข้อความว่าจะไม่ไปเหยียบเมืองไทยอีกนั้น ชาลีน อัน ระบุว่า ตอนที่กล่าวว่า “จะไม่เหยียบไทยอีก” คือความรู้สึกหลังผ่าน “สิ่งเวลาร้ายมา” แต่ตอนที่โพสต์นั้นถึงเวลานี้ ได้ผ่านผ่านมาเกือบเดือนแล้ว

“พอมาทบทวนตัวเอง ฉันคิดว่าฉันคงเคยทำกรรมมา เลยต้องมาเจออะไรแบบนี้ ถ้ามีโอกาส ฉันจะกลับไปไทยอีกในอนาคต”

 “ฉันยังรักประเทศไทย… ฉันยังชอบหลายอย่างในไทย ไทยมีสถานที่สวยงามมากมาย วัฒนธรรมทรงคุณค่า และอาหารที่อร่อย”

เธอย้ำว่า ในเวลานี้ คงยังไม่กลับมาไทย เพราะ “ฉันกลัว ฉันกลับมาไต้หวันได้อย่างปลอดภัย แล้วถ้าให้กลับไปไทยแล้วเจออะไรแบบนี้อีก ฉันก็กลัว”

ชาลีน อัน ย้ำกับบีบีซีไทยตลอดว่า เธอเป็นเพียง “นักท่องเที่ยวธรรมดา” คนหนึ่ง ที่ต้องการแบ่งปันประสบการณ์ที่แปลกประหลาดและเลวร้ายสำหรับตัวเธอ เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติคนอื่น ๆ ที่เดินทางไปประเทศไทย โดยเฉพาะคนเอเชีย และคนที่พูดภาษาจีนกลางเป็นหลัก

“ฉันอยากแบ่งปันเรื่องราวของฉัน ทุกคนจะได้ตระหนักว่ามีภัยอันตรายแบบนี้… ฉันก็แค่คนธรรมดา ฉันต่อสู้รัฐบาลหรือประเทศใดประเทศหนึ่งไม่ได้ ฉันแค่นักท่องเที่ยวที่อยากบอกเล่าเรื่องที่ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก”

ดาราสาวชาวไต้หวันยังเชื่อว่า เธอเป็นเพียงหนึ่งใน “เหยื่อ” เพราะเชื่อว่า มีคนไทยและชาวต่างชาติอีกจำนวนมาก ที่เผชิญเรื่องราวที่เลวร้ายเหมือนกับเธอ

เรียบเรียง : บีบีซีไทย

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ