นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้นิติกรประจำกรมการปกครอง เข้าแจ้งความตำรวจที่ สน.นางเลิ้ง เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของ "มูลนิธิเป็นต่อ" หลังพบว่า ไม่ได้มีการจดแจ้งขออนุญาตก่อตั้งมูลนิธิ
โดย นายรัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ ผอ.ส่วนการสอบสวนนคดีอาญา สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในฐานข้อมูล ไม่ปรากฏชื่อการจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ
เปิดคอนเน็กชั่น "สารวัตรซัว" นายบ่อนสีกากีเหนือกฎหมาย
ทั้งนี้ กรมการปกครองไปร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีกับ มูลนิธิ เป็นต่อ กรุ๊ป จำกัด ใน 3 ฐานความผิด ได้แก่
1. พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 ใช้คำว่า "มูลนิธิ" ประกอบกับชื่อในดวงตา และเอกสารอื่นเกี่ยวกับธุรกิจ โดยที่มิได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ
2. พ.ร.บ. ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 มาตร 8 ประกอบมาตรา 17
3. พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 นำข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์
แฉ!นายพล จ. มีชื่อเป็นปธ.บริษัทสารวัตรซัว
ส่วนหากจะมีความผิดอื่นใดเพิ่มเติมหรือไม่นั้น กรมการปกครอง ได้ประสานงานใกล้ชิดกับกองบังคับการปราบปรามแล้ว ต้องทำการสอบสวนขยายผลต่อไป
มีรายงานด้วยว่า ผู้ถือหุ้นรายหนึ่งในเครือเป็นต่อกรุ๊ป ออกมายอมรับแล้วว่า มูลนิธิเป็นต่อกรุ๊ป ไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งจริง เป็นเพียงการรวมตัวของกลุ่มเพื่อนในฐานะผู้บริหารที่รู้จักใกล้ชิดสนิทสนมกันเท่านั้น
จากการลงพื้นที่รามอินทราซอย 5 แยก 15 ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นสถานที่ตั้งมูลนิธิ ไม่พบเจ้าหน้าที่ประจำมูลนิธิแต่อย่างใด พบเพียงแต่พนักงานบริษัทอื่นที่อยู่ในอาคารเดียวกัน