มีการเปิดเผยจาก ชาย อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นญาติของฝ่ายสะใภ้เฮียหมู ที่ระบุว่า ที่ครอบครัวต้องเอามาดูแลก็เพราะทั้งสองคนมีอาการอัลไซเมอร์ หลงลืม พร้อมจ้างคนดูแลอย่างดี ซึ่งเฮียหมูก็เคยเดินออกจากบ้านแล้วพลัดหลงไปถึงเขื่อนน้ำบางปะกง จนเกือบตกน้ำมาแล้ว ทำให้ต้องกักบริเวณเอาไว้ เพื่อไม่ให้พ่อแม่เป็นอันตราย
ญาติคนดังกล่าวเชื่อว่า ทั้งสองคนไม่น่าจะคิดทำร้ายเฮียหมูกับภรรยาแน่นอน หากทำร้ายจริงทำไมเฮียหมูถึงยังคงมีชีวิตอยู่และกลับมาแจ้งความลูกชาย ลูกสะใภ้
อยากให้รอลูกชายและลูกสะใภ้กลับจากต่างประเทศก่อนแล้วมาบอกความจริง ซึ่งอยากให้ฟังความจากทั้งสองฝั่ง เพราะครอบคัวนี้เป็นคนจิตใจดี ไม่น่าจะเป็นคนใจร้าย
ด้าน พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ระบุว่า เช้านี้ได้ให้พนักงานสอบสวนพาเฮียหมูไปตรวจร่างกาย ตรวจบาดแผล เพื่อเป็นเป็นหลักฐาน พร้อมออกหมายเรียกพยานกว่า 10 ปากเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ยังไม่สามารถระบุตัวบุคคลภายในบ้านได้ว่ามีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับคดีนี้ได้อย่างไร และอยากให้ลูกชาย ลูกสะใภ้ ออกมาพูดหรือชี้แจงให้ตำรวจหรือสื่อมวลชนทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
ส่วนหลักฐานที่เข้าตรวจเก็บในจุดเกิดเหตุที่อ้างว่าเป็นจุดที่กักขังเอาไว้ก็ต้องรอผล 1-2 วัน และยังมีหลักฐานอย่างอื่นอีกที่ใช้ระยะเวลาในการตรวจ