แฉ!แก๊งจ้างเปิดบัญชีม้า ใช้นายหน้าหลอกชาวบ้านชนบท


โดย PPTV Online

เผยแพร่




หลังราชกิจจานุเบกษาเพิ่งประกาศกฎหมายใหม่ เพิ่มโทษบัญชีม้า เปิดบัญชีให้คนอื่นไปใช้ก่ออาชญากรรม มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 3 แสนบาท แต่นอกจากแก๊งบัญชีม้าที่รับจ้างเปิดแบบตั้งใจ ทีมข่าวพีพีทีวี ได้รับเบาะแส หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ทำไร่ทำนา ถูกหลอกเปิดบัญชีม้า โดยมีนายหน้า ทยอยพาคนในหมู่บ้านไปเปิดบัญชี

สมุดบัญชีกว่า 10 เล่ม ที่เปิดบัญชีในวันที่ไล่เลี่ยกันคือ 21 และ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 เป็นหลักฐานที่ชาวหมู่ที่ 1 ต.พระยาบันลือ อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยาฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ นำมายืนยันกับทีมข่าว PPTV ว่าถูกจ้างไปเปิดบัญชีคนละ 2-3 เล่ม ก่อนจะมาเห็นข่าวทีหลังว่ามีมิจฉาชีพจ้างเปิดบัญชีม้าไปทำผิดกฎหมาย จึงกลัวความผิด จึงไปอายัดบัญชีไว้

หนึ่งในชาวบ้านวัย 59 เล่าว่า ในหมู่บ้านมีคนถูกหลอกไปเปิดบัญชีอย่างน้อย 10 คน ที่เธอสามารถระบุตัวตนได้ โดยช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ไฟเขียว พ.ร.ก.จัดการอาชญากรรมออนไลน์ ใครเปิดบัญชีม้า โทษหนักติดคุก-ปรับเป็นแสน

พ.ร.ก.ปราบอาชญากรรมออนไลน์ มีผลแล้ว ใครเปิดบัญชีม้าโทษหนัก คุก 2-5 ปี

มีคนในหมู่บ้านที่รู้จักกันดี มาชวนให้ไปเปิดบัญชีธนาคาร บอกว่าจะให้เงินคนละ 500 บาท อ้างว่า จะใช้เป็นบัญชีสำหรับ “ทำประกัน” และจะให้ค่าคอมมิชชั่นอีกเดือนละ 1,500 บาท โดยทยอยเข้ามารับคนในหมู่บ้านไปเปิดบัญชีที่ จ.ปทุมธานี รอบละ 2-3 คน ซึ่งเธอเป็นชุดแรกที่ถูกพาไป

ปรากฎว่า เมื่อไปถึง มีผู้หญิงแต่งตัวดีมารับช่วงต่อ พาพวกเธอไปซื้อโทรศัพท์มือถือก่อน จากนั้นพาไปเปิดบัญชีธนาคาร ตอนนี้เธอเริ่มเอะใจ เพราะตอนแรกที่คนในหมู่บ้านชวน บอกว่า เปิดบัญชีเพื่อทำประกัน แต่พอมาถึงพาเธอไปเปิดบัญชี 3 ธนาคาร อ้างว่าเป็นบัญชีโควต้าหวยและบัญชีกองทุน จากนั้นก็ให้เธอสมัคร E-Banking ก่อนยึดสมุดบัญชี บัตร ATM และโทรศัพท์ที่สมัคร E-Banking ไว้แล้วไปทั้งหมด

ชาวบ้าน เล่าต่อว่า หลังจากพาพวกเธอไปเปิดบัญชี ผู้หญิงคนนี้ก็พาเธอไปเลี้ยงอาหารกลางวัน ช่วงหนึ่งมีการพูดว่า จะต้องหาคนมาเปิดบัญชีธนาคาร 500 คน โดยกำหนดโควต้าหมู่บ้านเธอไว้ ว่าจะใช้ 20 คน แต่สุดท้ายได้แค่ 10 คน และวันรุ่งขึ้น จะไปที่หมู่บ้านอีกแห่งต่อ นอกจากนี้ยังพยายามให้พวกเธอสแกนหน้าเพื่อขยายวงเงินการทำธุรกรรมในบัญชี จากวันละ 50,000 บาท เป็น 150,000 บาท เธอยอมรับว่า ขณะนั้นสงสัยว่าเหตุใดต้องใช้บัญชีมากขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เพราะในใจก็อยากได้เงิน เนื่องจากทุกวันนี้มีรายได้จากการรับจ้างเก็บผักวันละ 100-200 บาท เท่านั้น และไม่คิดว่าจะถูกนำบัญชีไปใช้ทำผิดกฎหมาย

จนกระทั่งหลังจากไม่กี่วัน เธอฟังข่าวจากโทรทัศน์ พบว่ามีมิจฉาชีพใช้บัญชีม้าก่ออาชญากรรม ก็กังวลใจว่าบัญชีของเธอจะถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้า จึงปรึกษาอดีตตำรวจเกษียณอายุที่ชาวบ้านนับถือ แนะนำให้ชาวบ้านทั้งหมดไปอายัดบัญชีและขอสมุดบัญชีคืน เธอจึงติดต่อจนผู้หญิงคนดังกล่าว อ้างชื่ออดีตตำรวจ จนมีการนำสมุดบัญชีพร้อมบัตร ATM มาคืนให้เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ไม่คืนโทรศัพท์มือถือ อ้างว่า ต้องเอาไปใช้ผูกบัญชีคนอื่นต่อ จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อผู้หญิงคนนี้ได้อีกเลย

ทีมข่าวพีพีทีวี ลองโทรศัพท์ติดต่อธนาคารที่ชาวบ้านรายนี้ไปเปิดบัญชี เพื่อตรวจสอบว่า มีเงินผิดปกติเข้ามาหรือไม่ในช่วงราว 1 สัปดาห์ก่อนที่ชาวบ้านจะไปขอบัญชีคืน โทรศัพท์ไป 2 ธนาคาร พบว่าทั้ง 2 ธนาคารไม่มีเงินเข้านอกจากเงินขั้นต่ำที่ฝากไว้ในวันที่เปิดบัญชี โดยธนาคารแรก มีการอายัดบัญชีแล้ว ส่วนอีกธนาคารยังไม่ได้อายัดบัญชี ทีมข่าวจึงช่วยชาวบ้านประสานให้ธนาคารอายัดบัญชีและ E-Banking ที่ผูกไว้กับบัญชี

ถ้าดู พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่เพิ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวานนี้ (16 มี.ค.) กรณีที่เกิดขึ้น เสี่ยงเข้ามาตรา 9 “ผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อน ที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ซึ่งถือว่าโชคยังดีที่ชาวบ้านกลุ่มนี้รู้ตัวก่อนที่บัญชีจะถูกใช้เป็นทางผ่านเงินผิดกฎหมาย

TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ