ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผย ความคืบหน้าในการทำผิดจริยธรรมการตีพิมพ์ผลงานวิจัยของนักวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาที่ตกเป็นข่าวก่อนหน้านั้น ว่า
สถาบันอุดมศึกษาต่างให้ความร่วมมือในการรายงานผลการตรวจสอบมาเป็นอย่างดี ขณะนี้มี 154 แห่ง ได้รายงานผลการตรวจสอบมาแล้ว พบนักวิจัยที่ต้องทำการตรวจสอบความผิดปกติ จำนวน 52 ราย ใน 19 สถาบัน
ซึ่งทั้งหมดอยู่ในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง และทางสำนักงานปลัดกระทรวง อว. จะติดตามอย่างใกล้ชิดและให้สถาบันอุดมศึกษา รายงานความคืบหน้าเป็นระยะๆ
นอกจากนี้ ทางสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ได้ทำการตรวจสอบคู่ขนานไปกับสถาบันอุดมศึกษา โดยได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ที่มีข้อสังเกต ที่อาจจะนำไปสู่การผิดจริยธรรมการตีพิมพ์ผลงานวิจัย พบว่ามีนักวิจัยประมาณ 160 ราย ในหลายๆ สถาบัน ที่มีข้อสังเกตที่อาจจะนำไปสู่การผิดจริยธรรมการตีพิมพ์ผลงานวิจัย แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
- กลุ่มที่ผิดจากการซื้อผลงานวิจัยอย่างชัดเจน
- กลุ่มที่ผลงานผิดปกติที่อาจไม่ได้มาจากการซื้อผลงานวิจัยโดยตรง แต่มาจากเครือข่ายงานวิจัย ทั้งที่นักวิจัยอาจจะทราบหรือไม่ทราบก็ได้
จึงต้องมีกระบวนการดำเนินการตรวจสอบให้ชัดเจนในแต่ละกรณี
โดย กกอ. ได้ให้ทางสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ตรวจสอบอย่างรอบคอบอีกครั้ง แล้วจัดส่งข้อมูลให้สถาบันอุดมศึกษาต้นสังกัดตรวจสอบ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสำนักงานปลัดกระทรวง อว. สถาบันอุดมศึกษาและนักวิจัย ต้องร่วมมือกันอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
ด้าน ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และเลขานุการ กกอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า เงื่อนไขที่สำนักงานปลัดกระทรวง อว.ใช้ในการตรวจสอบคู่ขนานไปกับสถาบันอุดมศึกษาจะประกอบด้วย 4 ข้อหลัก คือ
- มีจำนวนบทความในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาสูงผิดปกติ
- ผลงานตีพิมพ์อยู่ในหลายสาขาและไม่ตรงกับสาขาที่เชี่ยวชาญ
- ผู้แต่งร่วมในผลงานตีพิมพ์มาจากหลายสาขาและหลายประเทศ
- ผู้แต่งร่วมในผลงานตีพิมพ์มีความผิดปกติ เช่นตีพิมพ์ในหลายสาขาวิชา เป็นต้น
โดยข้อมูลข้อสังเกตดังกล่าวของสำนักงานปลัด อว. เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ที่ไม่ได้หมายถึงว่านักวิจัยดังกล่าว กระทำผิดจริยธรรมการตีพิมพ์ จะให้สถาบันอุดมศึกษาทำการตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบอีกครั้ง