กทม.รื้อระบบซ้อมดับเพลิง - ถังคาร์บอนไดออกไซด์ถูกเรียกเก็บทั้งหมด


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สรุปมาตรการความปลอดภัยในการใช้ถังดับเพลิง กทม.รื้อระบบซ้อมดับเพลิง สั่งต่อไปนี้ซ้อมแห้ง-ห้ามฉีดพ่น ส่วนถังคาร์บอนไดออกไซด์ถูกเรียกเก็บทั้งหมดและไม่ให้มีการซ้อมโดยใช้ถังคาร์บอนไดออกไซด์

 รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุถังดับเพลิงระเบิดระหว่างซ้อมดับเพลิงที่โรงเรียนราชวินิตมัธยม เขตดุสิต จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนนี้ทางตำรวจก็ได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ของเราทั้งหมดแล้ว ในส่วนการดำเนินการของกทม. เมื่อเช้านี้ได้เรียกหน่วยงานทั้งหมดมา โดยให้ยุติการซ้อมทั้งหมดจนกว่าอุปกรณ์ทั้งหมดจะได้รับการตรวจเช็ก

มาตรฐานถังดับเพลิง ต้องทดสอบแรงดันทุก 5 ปี

ถังดับเพลิง มาตรฐาน มอก. พร้อมข้อแนะนำการใช้งาน

ขอชี้แจงว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการซ้อมเมื่อวานนี้ที่เป็นถังคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่ใช่ถังที่อยู่ในชุมชนและสถานที่ราชการที่เราติดไว้

ถังคาร์บอนไดออกไซด์เป็นถังที่จะถูกเก็บไว้ที่สถานีดับเพลิงของเรา ซึ่งตอนนี้ถูกเรียกเก็บทั้งหมดและไม่ให้มีการซ้อมโดยใช้ถังคาร์บอนไดออกไซด์

และสัปดาห์หน้าจะเริ่มให้ทางสถานีดับเพลิงทุกสถานี และสำนักงานเขต ร่วมกับประธานชุมชนลงตรวจพื้นที่ทั้งหมดที่มีถังดับเพลิงที่เป็นถังเคมีแห้งที่อยู่ หากเป็นถังเก่า ใช้ไม่ได้ หรือถังที่ประชาชนอาจไม่มั่นใจ จะให้ทำการเก็บทั้งหมด ส่วนถังที่ได้มาตรฐานและมีการทดสอบพร้อมการเติมสารเคมีให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้

ส่วนมาตรการความปลอดภัยในการใช้ถังดับเพลิง ให้ปฏิบัติดังนี้

หยุดการซ้อมดับเพลิงทั้งหมดไว้ก่อนจนกว่าอุปกรณ์การซ้อมทั้งหมดจะได้รับการตรวจสอบ

เร่งตรวจสอบถังแดงทุกจุด

  • ให้สถานีดับเพลิงทุกสถานีและสำนักงานเขตพื้นที่ ร่วมกับประธานชุมชน ลงตรวจพื้นที่ที่มีถังแดง ซึ่งเป็นถังเคมีแห้งที่อยู่ในชุมชนทั้งหมด
  • เก็บถังเก่าที่ใช้ไม่ได้แล้ว หรืออยู่ในสภาพที่ทำให้ประชาชนเกิดความไม่มั่นใจ จะทำการเก็บ
  • ส่วนถังที่มีมาตรฐานที่ใช้ได้จะตรวจสอบเติมสารเคมีใหม่เพื่อให้พร้อมใช้
  • นำเทคโนโลยีมาใช้จัดทำบัญชีถังทั้งหมด แสดงจุดติดตั้งใน GPS เพื่อสามารถตรวจสอบอายุถังและระยะตรวจสอบล่าสุด

กำหนดขั้นตอนในการตรวจสอบ (visual inspection)

  • สามารถตรวจสอบได้ในเบื้องต้น โดยอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ชุมชน ประชาชน และเจ้าหน้าที่ อาทิ การดูเกวัดค่าความดัน สลัก ความกรอบของสายดับเพลิง ขนาด ความบวมของถัง สนิมที่ถัง เป็นต้น ถ้าพบสามารถแจ้งย้ายถังกับสำนักงานเขตพื้นที่
  • สำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งมีความกังวลใจ พบถังดับเพลิงที่มีลักษณะไม่ปลอดภัยสามารถแจ้งผ่านทาง Traffy Fondue

รื้อระบบการฝึกซ้อมใหม่

  • ให้เป็นการซ้อมแห้ง ที่ไม่มีการฉีดพ่น เป็นการใช้ถังเปล่าที่ไม่มีการอัดแรงดันใด ๆ โดยเฉพาะในโรงเรียน
  • ใช้เกณฑ์การเว้นระยะ
  • ไม่อนุญาตให้มีการซ้อมในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม
  • การใช้อุปกรณ์ในการซ้อมต้องได้มาตรฐานและผ่านการตรวจสอบทุกครั้ง

อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ที่ใช้ในการซ้อมดับเพลิงที่เกิดเหตุเป็นแบบคาร์บอนในออกไซด์ซึ่งจะอยู่ที่สถานีดับเพลิง ไม่ใช่ถังดับเพลิงแบบเดียวกับที่ใช้ในชุมชนและติดตั้งในสถานที่ราชการต่างๆขณะนี้สั่งเก็บถังทั้งหมดเพื่อตรวจสอบ และจะไม่มีการซ้อมจนกว่าจะมั่นใจในความปลอดภัย

 

สำหรับการซ้อมดับเพลิงให้หยุดทั้งหมด และออกขั้นตอนในการตรวจสอบที่เรียกว่า visual inspection คือการตรวจสอบในเบื้องต้น โดยอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ชุมชน ประชาชน และเจ้าหน้าที่ เช่น  การดูเกจ์วัดค่าความดัน สลัก ความกรอบของสายดับเพลิง ขนาด ความบวมของถัง สนิมที่ถัง เป็นต้น ถ้าพบสามารถแจ้งย้ายถังกับสำนักงานเขตพื้นที่ สำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งมีความกังวลใจ พบถังดับเพลิงที่มีลักษณะไม่ปลอดภัยสามารถแจ้งผ่านทาง Traffy Fondue

หากจะมีการฝึกซ้อมกลับมา จะรื้อระบบการฝึกซ้อมทั้งหมด ต่อไปนี้เป็นการซ้อมแห้ง ที่ไม่มีการฉีดพ่น เป็นการใช้ถังเปล่าที่ไม่มีการอัดแรงดันใด ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าซ้อมกับโรงเรียนหรือนักเรียนที่ต้องการความปลอดภัยสูง ใช้เกณฑ์การเว้นระยะ ไม่อนุญาตให้มีการซ้อมในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม การใช้อุปกรณ์ในการซ้อมต้องได้มาตรฐานและผ่านการตรวจสอบทุกครั้ง ปรับการฝึกซ้อมให้เป็นการให้ความรู้โดยปลอดภัย และจะร่วมมือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปรับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมดโดยการใช้มาตรฐานร่วมกัน

 

รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวอีกว่า ถังดับเพลิงที่มีอยู่ ถ้าเป็นถังปฏิบัติการจะเป็นถังที่สั่งซื้อทั้งหมดอยู่แล้ว ส่วนถังที่ใช้ในการฝึกซ้อมมีทั้งถังที่เราสั่งซื้อ ส่วนอีกจำนวนหนึ่งซึ่งเจ้าหน้าที่ไปเป็นวิทยากร แล้วได้รับการสนับสนุนมา หรือมีการซื้อถังเพื่อให้จำนวนมีมากพอกับความต้องการในการฝึกซ้อม จึงมีถังที่ถูกจัดซื้อในลักษณะนี้อยู่ ที่ไม่ใช่การจัดซื้อโดยตรงจากงบประมาณของกทม. อย่างไรก็ตาม แม้เป็นถังที่ซื้อมาเพื่อฝึกซ้อม สาธิต ก็เป็นถังต้องซื้อตามมาตรฐานที่กำหนด

รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวด้วยว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ถูกดำเนินคดีทั้งหมด ขณะนี้ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อให้สอดคล้องกับที่ทางตำรวจมีสำนวนมา อีกทั้งยังรอสำนวนของพิสูจน์หลักฐานอยู่ด้วย เพื่อระบุให้แน่ชัดว่าเป็นความผิดในลักษณะไหน เป็นการปฏิบัติงานในหน้าที่แล้วทำตามมาตรฐานอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ทางพิสูจน์หลักฐานยังไม่ได้ส่งข้อมูลให้แต่จะมีการเกาะติดเรื่องนี้และไม่ปล่อยแน่นอน ไม่ว่าจะเกิดจากประมาทเลินเล่อ ไม่ว่าจะเกิดจากการที่ไม่ดำรงอยู่ในมาตรฐานการฝึก ทางคณะกรรมการสอบสวนจะทำการอย่างรัดกุมและเคร่งครัดที่สุดไม่ลดหย่อน

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  กล่าวด้วยว่า ถังที่ใช้ฝึกซ้อมมีแรงดันสูงมากกว่า 800 PSI ถังทั่วไปที่อยู่ในชุมชน จะเป็นถังเคมีแห้งแรงดัน 190 PSI เรียกได้ว่าข้อแตกต่างคือถังแบบเคมีแห้งมันจะมีเกจ์ที่วัดความดันอยู่ แต่ว่าทั้งถังที่ใช้ซ้อมไม่มีเกจ์ จะใช้วิธีวัดน้ำหนักเอา จะมีวาวน์ที่ปล่อยเวลาเกิดความดันสูง ถังที่เราซื้อให้สำหรับการฝึกซ้อม อันนี้ก็คงต้องใช้ถังที่ได้มาตรฐานเพราะว่าถังนี้ต้องมีการตรวจสอบทุก 5 ปี มีการทดสอบด้วยแรงดันไฮโดรสแตติก ก็คืออัดแรงน้ำเข้าไปให้เกินค่ามาตรฐานกี่เท่าเพื่อให้มั่นใจว่าตัวนี้จะรองรับได้อยู่ต้องปรับแล้วก็ได้สั่งการให้ทำบัญชีของถังทั้งหมด

ต่อไปจะมีระบบ GPS ให้รู้เลยว่าชุมชนนี้มีถังอยู่ที่ไหนบ้าง แต่ละถังตรวจสอบเมื่อไหร่คือเราใช้เป็นระบบที่ขึ้นพิกัด GPS ทำให้เราสามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ก็จะให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการชุมชนร่วมกับอาสาสมัครเทคโนโลยีในการเอาผังพวกนี้ขึ้น ซึ่งเริ่มทำแล้วบางที่ในเขตบางกอกใหญ่ พอเราได้ทั้งหมดทุกชุมชนแล้วขยายไปยังชุมชนอื่น เมื่อประกอบร่างกันหลายชุมชน ก็จะเห็นถังทั้งกรุงเทพฯ เลยว่าถังแดงอยู่ตรงไหนบ้าง จะรู้ว่าถังนี้หมดอายุเมื่อไหร่ แล้วก็ตรวจสอบล่าสุดเมื่อไรนำพวกเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น

ในส่วนของการฝึกซ้อมที่โรงเรียนราชวินิต มีหนังสือขอความสนับสนุนมาจากโรงเรียนชัดเจน และมีการอนุมัติจากผอ.สปภ. ซึ่งการขอความสนับสนุนการฝึกซ้อมก็เคยมีมาอยู่แล้ว จากที่ได้คุยกับพนักงานดับเพลิงหลายคน ทุกคนบอกว่าไม่เคยมีกรณีถังคาร์บอนไดออกไซด์ระเบิดแบบนี้ ซึ่งเหตุการณ์นี่ทางกทม.ก็รับไม่ได้เช่นกัน เพราะเรามีหน้าที่ดูแลประชาชน แต่ประชาชนต้องมาบาดเจ็บเสียชีวิตจากการดำเนินการหรืออุปกรณ์ที่เรานำไปสอน ต้องตรวจสอบให้ละเอียดและต้องเกิดขึ้นอีกไม่ได้เลยในอนาคต

ส่วนเรื่องการเยียวยาผู้บาดเจ็บเสียชีวิต มีเงินเยียวยาแต่ไม่ใช่จำนวนมาก เพราะเป็นไปตามระเบียบระเบียบราว 29,700 บาท สำหรับผู้เสียชีวิต ส่วนผู้ประสบภัย 4,000 บาท ที่เรียกว่าค่าปลอบขวัญ ส่วนการรักษาพยาบาล โรงพยาบาลกรุงเทพมหานครออกให้ทั้งหมด แต่เงินเท่าไรก็ไม่มีทางคุ้มกับชีวิตที่เสียไปกับน้องที่เสียชีวิตไป

 

 

TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ