แฉ! พบทุเรียนเถื่อน จ่อรอเข้าไทยอีก 100 ตัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ยังตามกันต่อสำหรับกรณี กรมศุลกากรตรวจยึดทุเรียน 8 ตันลักลอบนำเข้า ในจังหวัดสระแก้ว นอกจากหาคำตอบว่า ทุเรียนที่ถูกตรวจยึด เป็นทุเรียนเถื่อนจริงหรือไม่แล้ว ที่ผ่านมาก็ยังมีการออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับขบวนการลักลอบนำเข้า ที่เรียกกันว่า “การสอดไส้ทุเรียน” ซึ่งอดีตข้าราชการ ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า กรณีที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ทำกันมานานแล้ว โดยเฉพาะปีนี้ก็มีทุเรียนจากเพื่อนบ้านจ่อรอเข้าไทยอีกกว่า 100 ตัน

ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา “ทุเรียน” ถือเป็นราชาของผลไม้ ที่มียอดการส่งออกไปประเทศจีนสูง และทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ และที่สำคัญชื่อเสียงของทุเรียนไทย ก็เป็นที่ยอมรับในตลาดจีน  ทำให้เกิดขบวนการลักลอบนำทุเรียนจากเพื่อนบ้าน เข้ามาสอดไส้ หรือ สวมสิทธิ

ทีมข่าวพูดคุยกับ นายชลธี นุ่มหนู แกนนำเครือข่ายพิทักษ์ทุเรียนไทย ซึ่งให้ข้อมูลว่าปีนี้ มีทุเรียนลักลอบนำเข้าผ่านชายแดนไม่ต่ำกว่า 3-4 ตู้คอนเทนเนอร์ รวมประมาณ 72 ตัน 

ซึ่งที่ผ่านมาไม่สามารถจับกุมดำเนินคดีได้ และยังมีทุเรียนเถื่อนอีกกว่า 100 ตันที่พักรออยู่ตามแนวชายเพื่อเตรียมเข้ามาในประเทศไทย

ขบวนการลักลอบนำทุเรียนเข้ามาในไทยนั้น จะเริ่มจากผู้ประกอบการ หรือ ล้ง ที่ต้องการลดต้นทุน หาทุเรียนราคาถูกเข้ามา  โดยเชื่อว่าอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็น เพราะไม่เช่นนั้น คงผ่านด่านเข้ามาไม่ได้ 

ทุเรียนที่นำเข้ามา จะสวมสิทธิ์ทุเรียนไทย 2 รูปแบบ คือ แบบแรก มีการขนทุเรียนข้ามแดนมาผ่านช่องทางธรรมชาติ ลักษณะกองทัพมด หรืออาจสำแดงเท็จ เป็นสินค้าชนิดอื่น แล้วซุกซ่อนทะเรียนมาด้วย  เมื่อเข้ามาถึงไทย ก็จะบรรจุลงกล่อง สวมใบ GAP เป็นทุเรียนไทย แล้วส่งออกไปจีน

และอีกรูปแบบ คือ จะไม่ขนทุเรียนเข้ามาไทยโดยตรง แต่พักรออยู่ที่ประเทศต้นทาง ใช้วิธีนำตู้คอนเทนเนอร์เปล่า หรือ ใส่ทุเรียนที่ด้อยคุณภาพเอาไว้  แล้วก็นำไปขอเอกสารส่งออก  ซึ่งในขั้นตอนนี้ในวงการรู้กันว่า จะมีค่าใช้จ่ายจำนวน 3 แสนบาท 

เมื่อได้เอกสารแล้ว ตู้คอนเทนเนอร์นี้ไม่ได้ถูกส่งออกไปจริง แต่เอาเอกสารไปสวมตู้ทุเรียนที่รออยู่ในประเทศต้นทาง  ซึ่งจะใช้หมายเลขตู้เดียวกันกับตู้ปลอมที่ขอออกเอกสาร แล้วส่งไปจีน

ส่วนประเด็นเรื่องการปลอมใบรับรอง GA และการนำมาใช้วนซ้ำนั้น นายชลธี อธิบายว่า ตามปกติแล้ว ทุเรียน 1 ตู้คอนเทนเนอร์ หนัก 18 ตัน อาจมีทุเรียนมาจากหลายสวน  หากจะทำให้ถูกต้องก็คือ ต้องมีเอกสาร GAP จากทุกสวน แต่หลายครั้งในทางปฏิบัติมักใช้แค่ใบเดียวทั้งตู้  จึงเป็นช่องโหว่เกิดการสวมสิทธิ์

มาดูกันว่า ทำไมจึงต้องนำทุเรียนจากต่างประเทศ มาสวมสิทธิเป็นทุเรียนไทย อย่างที่บอกว่า ทุเรียนไทยเป็นที่ยอมรับในตลาดจีนค่อนข้างมาก  ที่สำคัญไทยเป็นประเทศแรก ที่จีนอนุญาตให้นำเข้าผลสดทุเรียน และเมื่อดูจากตัวเลขการส่งออกและนำเข้าแล้วก็จะเห็นว่า แต่ละปีมียอดส่งออกนับแสนล้านบาท

อย่างในปี 2019 ประเทศจีนนำเข้าทุเรียนสดจากไทย จำนวน 600,000 ตัน ปี 2022 จำนวน 700,000 ตัน และในปี 2023 ยังคงไม่มีตัวเลขชัดเจน แต่คาดว่าเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  

โดยสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมนำเข้ามากที่สุดก็คือ หมอนทอง ก้านยาว และลับแลทำให้มูลค่าการส่งออกทุเรียนสดจากไทยไปจีน เฉพาะปี 2565 สูงถึง 1 แสน 8 พันล้านบาท หรือปริมาณ 791,787 ตัน

 ลองมาดูราคาทุเรียนไทยที่ส่งไปขายในประเทศจีนกันหน่อยว่า จากทุเรียนราคากิโลกรัมละ 100 กว่าบาท พอไปถึงประเทศจีนแล้วมีราคาอยู่ที่เท่าไร

ข้อมูลจากคนไทยในประเทศจีนบอกว่า การขายทุเรียนในประเทศจีน ปกติจะขายเป็นชั่ง หรือ ครึ่งกิโลกรัม  ราคาทุเรียนหมอนทอง ในประเทศจีน จะมีราคาตั้งแต่ 40 - 60 หยวน ต่อ 1 ชั่ง หรือประมาณ 193 - 289 บาท ต่อ ครึ่งกิโลกรัม เท่ากับว่า กิโลกรัมละเกือบ 600 บาท  ซึ่งราคาก็จะขึ้นอยู่กับปริมาณทุเรียนในตอนนั้นว่ามีมากมีน้อย ตามกลไกตลาด

แต่ปัจจุบันตลาดจีน ไม่ได้มีเพียงทุเรียนไทยเท่านั้น แต่มีทุเรียนเพื่อนบ้านเข้ามาเป็นคู่แข่ง โดยเฉพาะทุเรียนจากประเทศมาเลซียและเวียดนาม ซึ่งเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว โดยเฉพาะเวียดนาม มีความได้เปรียบไทย เพราะชายแดนอยู่ใกล้กับจีนมากกว่า การขนส่งใช้เวลาสั้นกว่า ส่วนมาเลเซีย ก็เป็นอีกประเทศที่น่าจับตา เพราะทุเรียนจากที่นี่จะมีรสชาติหวานกว่า ราคาแพงกว่า และเจาะกลุ่มตลาดบน

จะเห็นว่า จากมูลค่าการส่งออก ประกอบกับตลาดที่เปิดกว้าง กลายเป็นช่องที่ทำให้หลายคนเห็นลู่ทาง และต้องการหาทุเรียนมาส่งออกให้ได้มากที่สุด เมื่อทุเรียนในประเทศไม่เพียงพอ ขบวนการนำเข้าทุเรียนเถื่อนก็สอดแทรกเข้ามา  ซึ่งเครือข่ายเกษตรกรก็กังวลว่า การสอดไส้ หรือ สวมสิทธิทุเรียนไทย อาจส่งผลให้คุณภาพทุเรียนของไทยไม่ได้มาตรฐาน และถูกคู่แข่งตีตลาดเข้ามาแทนได้. 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ