ทนายปรีชา แนะทางรอด "แอชตัน อโศก" ซื้อที่ดิน-แก้กม.


โดย PPTV Online

เผยแพร่




มุมมองทนายความเกี่ยวกับทางออกของเรื่องนี้ แนะนำ 2 วิธีคือ รื้ออาคารให้เหลือ 8 ชั้น จาก 51 ชั้น หรือ ต้องกว้านซื้อที่ดินเพื่อขยายความกว้างทางเข้าออก

หลังศาลปกครองกลางสั่งเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง “แอชตัน อโศก” นั่นหมายความว่าโครงการดังกล่าวต้องทุบทิ้งเลยหรือไม่ ทีมข่าวได้พูดคุยกับทนายความ เกี่ยวกับทางออกของเรื่องนี้  ซึ่งได้แนะนำ 2 วิธีที่ทางเจ้าของโครงการจะสามารถแก้ไขได้ ก็คือ รื้ออาคารให้เหลือ 8 ชั้น จาก 51ชั้น หรือ ต้องกว้านซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าว เพื่อขยายความกว้างทางเข้าออกที่ดูจะเป็นไปได้มากที่สุด

คอนเทนต์แนะนำ
สภาพอากาศวันนี้ มรสุมยังปกคลุมไทย ฝนฟ้าคะนอง-ฝนตกหนัก 26 พื้นที่
ใกล้จบแล้ว!คดีน้องชมพู่ ศาลมุกดาหารนัดฟังคำพิพากษา 31 ต.ค.นี้
คุก VIP มีจริงหรือไม่? “ชูวิทย์” แฉ!มีออฟชั่นเพียบ

นายปรีชา ณ เชียงใหม่ ทนายความ และที่ปรึกษาทางกฎหมาย ให้ความเห็นว่าทางผู้พัฒนาโครงการต้องเพิ่มความกว้างของที่ดินโครงการให้มากกว่า 12 เมตร จากที่มีอยู่ตอนนี้ 6.4 เมตร

อนันดา แจงลูกบ้าน "แอชตัน อโศก" ยังไม่ต้องย้ายออก แม้โดนสั่งเพิกถอน

อนันดา เร่งคุยหน่วยงานรัฐภายใน  14  วัน หวังไม่ต้องทุบ “คอนโดหรู แอชตัน อโศก”

แต่การขยายทางเข้า-ออกของโครงการให้มีความกว้างมากกว่า 12 เมตรนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพื้นที่ที่เป็นทางเข้าออกเดิม เป็นของรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. การจะไปขอซื้อที่ดินต่อไม่ได้แน่นอนแล้ว เพราะการเช่ายังทำไม่ได้เลย ดังนั้นทางออกที่เหลือก็คือ การกว้านซื้อที่ดินบบริเวณใกล้เคียงโครงการดังกล่าว  

การแก้เนี่ยต้องดำเนินการซื้อที่ข้างเคียงตรงไหนก็ได้ให้มีทางออกครบ 12 เมตร 4 ด้านเนี่ยต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ไปติดทางสาธารณะให้ได้ แต่ถ้าไม่มีก็คือต้องทุบทิ้งตามคำสั่งศาล แล้วกฎหมายเวนคืนที่ดินเขาชัดเจนอยู่แล้ว ว่าเวนคืนเพื่ออะไร ไม่ใช่เวนคืนเพื่อทำถนนไปทำหมู่บ้านจัดสรร ให้คนอื่นเช่าเป็นทางเข้าออกมันไม่ได้ คุณจะทำได้ก็ต้องให้ รฟม.เนี่ยไปยื่นขอแก้กฎหมายเวนคืนฉบับนี้ เพื่อนำมาให้เช่าเป็นทางสาธารณะได้ เรื่องใหญ่อะจริงไหม เหมือนกับการแก้กฎหมายเพื่อเธอคนเดียว

หรืออีกทางหนึ่งที่ ทนายมองว่า จะช่วยให้โครงการใช้ที่ดินเดิมได้ ก็คือทาง รฟม. ต้องแก้ไขกฎหมายเวนคืนที่ดินเพื่อทำเรื่องยกที่ดินให้กับ กทม. แล้วเปลี่ยนเป็นถนนสาธารณะเพื่อใช้เป็นทางออกตลอดไป  ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขเฉพาะ ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยากมากๆ เพราะเหมือนแก้กฎหมายทั้งฉบับเพื่อเธอคนเดียว

แต่หากแก้ปัญหาเรื่องความกว้างทางเข้าออกไม่ได้ อีกทางเลือกก็คือ บริเวณดังกล่าวมีความกว่างของที่ดิน 604 เมตร สามารถก่อสร้างอาคารที่มีความสูงไม่เกิน 23 เมตร หรือ 7 – 8 ชั้น ก็เท่ากับว่า ต้องรื้อถอนอาคารจากทั้งหมด 51 ชั้นให้เหลือเพียง 8 ชั้นเท่านั้น ซึ่งก็ดูเป็นทางเลือกที่ไม่น่าเป็นไปได้เช่นกัน

ส่วนของลูกบ้านที่ซื้อคอนโดไป ทนายแนะนำว่า ต้องรวมตัวกันฟ้องเจ้าของโครงการ เพื่อขอเงินคืนและค่าเสียหายธรรมดาและค่าเสียหายพิเศษฐานทำโครงการโดยไม่สุจริตด้วย เป็นคดีผู้บริโภค ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล อาจฟ้องต่อศาลที่ผู้บริโภคอยู่ หรือที่เจ้าของโครงการอยู่ 

นอกจาก “แอชตัน อโศก” หากเราย้อนข้อมูลจะพบว่า มีโครงการที่ถูกศาลสั่งให้เพิกถอน หรือทุบทำลายลักษณะใกล้เคียงกัน อยู่หลายแห่ง เช่น โครงการตึกแฝดของ โรงแรมดิเอทัส บางกอก ความสูง 24 ชั้น และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ดิ เอทัส เรสซิเดนซ์ ความสูง 18 ชั้น ในซอยร่วมฤดี ก็มีคำสั่งตั้งแต่ปี 2558 แต่ก็ยืดเยื้อจนมาเกือบ 10 ปี 

ทุกวันนี้ก็ยังไม่ถูกทุบทำลายทิ้ง ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น ไม่มีบริษัทที่มีศักยภาพเพียงพอจะรื้อตึกแล้วไม่เกิดความเสียหายต่อคนที่อาศัยโดยรอบ ไปจนถึงกระบวนการเอกสารคำสั่งต่างๆ ใช้เวลานานหลายปี ทำได้เพียงแค่ปิดป้ายห้ามเข้าใช้อาคารเท่านั้น

ส่วนกรณีที่ทุบทิ้งไปแล้วก็มีเช่น “บ้านสุขาวดี อาคาร A” ในเมืองพัทยาบุกรุกพื้นที่สาธารณะ กับก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่หากดูช่วงเวลาก็จะพบว่าใช้เวลายืดเยื้อนานถึง 10 ปีเหมือนกัน

คอนเทนต์แนะนำ
นัดประชุมรัฐสภา 4 ส.ค.นี้ วาระโหวตนายกฯ-แก้รัฐธรรมนูญ
วันหยุดเดือนสิงหาคม 2566 เช็กวันหยุดยาว-ราชการ-ธนาคาร
ขึ้นทางด่วนฟรี! 3 เส้นทาง วันหยุดเดือนกรกฎาคม ช่วง "วันอาสาฬหบูชา-วันเข้าพรรษา"

TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ