วานนี้ 30 ก.ค. ตำรวจ-ทหาร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุโกดังเก็บดอกไม้เพลิงระเบิดอย่างละเอียดอีกครั้งพบอาคารโกดังขนาดกว้างกว่า 15 เมตร ยาวประมาณ 30 เมตรถูกอานุภาพของระเบิดพังถล่มลงมาทั้งหลัง นอกจากนี้พบหลุม 2 หลุมขนาดลึกเกือบ 3 เมตร กว้างกว่า 5 เมตร อยู่ห่างกันราว 5 เมตร คาดเกิดจากพลุน้ำหนักกว่า 5 ตันหรือ5,000 กิโลกรัมขึ้นไป
นายยศดนัย บูละ หนึ่งในผู้สูญเสีย เล่าถึงนาทีที่กลับมาถึงบ้านหลังจากเห็นเพลิงไหม้และได้ยินเสียงระเบิดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยทันทีที่กลับมาถึงบ้านพบว่าทั้งบ้านตนเอง บ้านยาย และบ้านพ่อ พังเสียหายจากแรงระเบิดและเกิดเพลิงไหม้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนเองได้เข้าไปช่วยเหลือ ยาย นำไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน
ส่วนพ่อนั้นพบว่าเสียชีวิตแล้วโดยนอนอยู่กับหลานอีกคนทั้ง 2 ถูกไฟไหม้ทั้งตัว จึงรีบไปช่วยเหลือเพื่อนบ้านซึ่งติดในตัวอาคาร ร้องขอความช่วยเหลืออยู่อีก 3 คน ก่อนจะกลับมาสำรวจบ้านญาติๆ ของตนเองในละแวกเดียวกัน ซึ่งก็พบหลานวัย 8 เดือนกระเด็นมานอกตัวบ้าน ในขณะที่แม่ของหลานนอนเสียชีวิตภายในตัวบ้านหลังจากถูกเสาทับและไฟไหม้ทั้งตัว
นายยศดนัย ยังบอกด้วยว่า ที่ผ่านมาพ่อของตนเคยเตือนเจ้าของโกดังและมีปากเสียงกันมาโดยตลอด เพราะพ่อกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ กลัวเหตุไฟไหม้ เหตุระเบิด โดยล็อตล่าสุดที่ขนมาก่อนเกิดเหตุ น่าจะขนมาก่อน 2-3 วัน ซึ่งพ่อไม่น่าจะทราบเพราะเคยบอกไว้แล้วว่า ถ้ายังขนมาเก็บไว้อีกจะแจ้งความ แต่ก็ยังไม่ทันแจ้งความก็เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นก่อน และขอฝากไปถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายงานเกี่ยวข้องทั้งหมดช่วยจริงจังกับการตรวจสอบพื้นที่ด้วย โดยเฉพาะชุมชนไม่ควรมีวัตถุไวไฟหรือของอันตราย และควรเร่งหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
เช่นเดียวกับ นางอาซียะห์ อาแซ อายุ 62 ปี เล่านาทีเกิดเหตุว่าแรงระเบิดทำบ้านพังทั้งหลังในพริบตา เธอเอาตัวบังหลานเล็กไว้ ก่อนคลานออกมาจากบ้าน เธอบอกด้วยว่า ตอนน้ำท่วมยังเหลือบ้าน เรากลับมาล้างบ้านเราก็อยู่ได้ แต่นี้ไม่เหลืออะไรเลย
ส่วนความคืบหน้าคดี วานนี้เจ้าหน้าที่ ตรวจค้นบ้านพักและร้านค้าเจ้าของโกดังดอกไม้ไฟที่เกิดเหตุระเบิดในตลาดมูโนะจากการตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 2 จุดใหญ่ พบดอกไม้เพลิง พลุ และประทัดไผ่เงิน น้ำหนักประมาณ 1 ตัน ซึ่งได้ทำการยึดไว้ทั้งหมด ทั้งนี้ ร้านค้าจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตรของเจ้าของโกดังพลุระเบิด อยู่ห่างจากโกดังที่เกิดเหตุระเบิดเพียง 150 เมตร
พล.ต.ต.อนุรุธ อิ่มอาบ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าของกิจการได้ขอออกนอกประเทศตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ โดยให้ลูกน้องอยู่เฝ้าโกดัง และภายในโกดังกำลังทำชั้นวางของ ระหว่างปฏิบัติงานเกิดประกายไฟตกใส่ปะทัด จึงทำให้เกิดระเบิดขึ้น เบื้องต้นได้ออกหมายเรียกให้เจ้าของเข้ามาชี้แจง หากผิดจริงต้องถูกลงโทษ และเตรียมที่จะแจ้งข้อหา
กระทรวงมหาดไทยสรุปตัวเลขขณะนี้ ผู้เสียชีวิต 12 รายประกอบด้วย 10 รายสามารถระบุตัวตนได้แล้ว ส่วนอีก 2 รายยังรอการพิสูจน์ทราบ ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์เพื่อยืนยันอีกครั้ง มีผู้มาแจ้งความเสียหาย แล้ว 164 ราย รวมกับเมื่อวาน 365 ราย รวม 492 ราย ขณะที่ผู้ได้รับความเดือดร้อนที่พักที่ศูนย์พักพิงขณะนี้เหลือ 13 ราย ส่วนใหญ่กระจายไปพักอยู่บ้านญาติ