“เอลนีโญ” ลากยาว กรมชลฯ วอนทุกฝ่ายประหยัดน้ำ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




“เอลนีโญ” มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปลายปี 66 ลากยาวไปจนถึงปีหน้า กรมชลฯ สั่งเตรียมรับมือ วอนทุกฝ่ายช่วยกันประหยัดน้ำ

วันนี้ 28 ส.ค. 2566 ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน นาย ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำ(กรุงเทพมหานคร) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เป็นต้น

เศรษฐกิจครึ่งปีหลังขยายตัว จับตา "เอลนีโญ-การเมือง" เสี่ยงสูง

ชาวนาห่วง เอลนีโญ ทำข้าวยืนต้นตาย ผลผลิตน้อย ซ้ำ ปชช.ต้องซื้อข้าวแพงขึ้น

เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ต่อไป

นาย ทวีศักดิ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (28 ส.ค. 2566) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 41,949 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯรวมกัน สามารถรับน้ำได้รวมกันอีกประมาณ 34,388 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,172 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้รวมกันอีกประมาณ 14,699 ล้าน ลบ.ม.

สำหรับการทำนาปี จนถึงขณะนี้มีการทำนาปีทั่วประเทศไปแล้วประมาณ 14.76 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ  87 ของแผนฯ เก็บเกี่ยวแล้วประมาณ 2 ล้านไร่ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทำนาปีไปแล้ว 7.43 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 92 ของแผนฯ เก็บเกี่ยวไปแล้ว 1.77 ล้านไร่ ในส่วนของสถานการณ์ค่าความเค็มใน 4 ลำน้ำสายหลักอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า สถานการณ์เอลนีโญ ยังคงมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปลายปี 2566 และอาจลากยาวไปจนถึงปีหน้า จึงได้สั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่ง เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้น ด้วยการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด มีการวางแผนบริหารจัดการน้ำล่วงหน้า 2 ปี ควบคู่ไปกับการดำเนินการตาม 5 มาตการในการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนของกรมชลประทาน ได้แก่

1. น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคต้องเพียงพอตลอดทั้งปี 

2.บริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด

3.ส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก

4.กักเก็บน้ำในเขื่อนไว้ให้ได้มากที่สุด

5.บริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัย

เพื่อบรรเทาปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งขอความร่วมมือเกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวนาปีรอบแรกและเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ ให้งดเพาะปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนมีไม่เพียงพอ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด การจัดหาแหล่งเก็บกักน้ำหรือภาชนะสำรองน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคในครัวเรือนให้ได้มากที่สุด เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ