ทีมข่าวพาย้อนลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ หน้าซอยสุขุมวิท 64/1 จุดที่เมื่อวานนี้ฝาคอนกรีตของท่อร้อยสายไฟของการไฟฟ้านครหลวงทรุดตัว จนทำให้รถบรรทุกสิบล้อเสียหลัก จอดคากลางท่อ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานกว่า 6ชั่วโมงในการเคลื่อนย้ายรถบรรทุก ซึ่งล่าสุดพบว่าวันนี้มีการเคลียร์พื้นที่ ปิดฝาท่อคอนกรีต และเปิดช่องทางจราจรตามปกติแล้ว
ทีมข่าวเข้าไปไซต์งานก่อสร้างที่รถบรรทุกคันเกิดขนดินออกมา อยู่ในซอยสุขุมวิท 64/2 พบว่ามีรถบรรทุกเข้าออกตลอด
แต่จากการสังเกตไม่เห็นว่ามีรถที่ติดสติกเกอร์แบบเดียวกับคันเกิดเหตุ และบางคันก็ไม่มีสติกเกอร์ติดบริเวณกระจกเลยด้วยซ้ำ
ทีมข่าวได้ข้อมูลจาก นายเฉลิมพล พรมทอง ผู้จัดการโครงการก่อสร้าง ได้เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นโครงการก่อสร้างคอนโด 48 ชั้น ก่อสร้างมาได้เกือบ 2 ปี โดยมีกำหนดสร้างแล้วเสร็จกลางปีหน้า สำหรับรถบรรทุกดินนั้น โครงการไม่ได้ว่าจ้างเอง เป็นการทำสัญญากับบริษัทที่ทำระบบรากฐาน ป้องกันดินพัง ซึ่งบริษัทดังกล่าวจะเป็นผู้จัดหาผู้รับเหมาว่าจ้างรถบรรทุกขนดินอีกทอดหนึ่ง ทำให้ทางโครงการไม่ได้รับทราบรายละเอียดการจ้างงานส่วนนั้น
เมื่อสอบถามถึงการควบคุมดินที่ขนออกจากไซต์งาน ผู้จัดการโครงการยอมรับว่า ไม่ได้มีตราชั่งควบคุมปริมาณดิน และน้ำหนักรถ ซึ่งบอกว่า หลังจากนี้ทางโครงการก็จะปรับเปลี่ยนการควบคุมปริมาณดินและน้ำหนักรถเพิ่ม โดยจะคำนวณตามหลักวิศวกรรม เพื่อให้น้ำหนักเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดก่อนออกจากไซต์งานทุกครั้ง
สำหรับรถที่มาช่วยขนดินออกจากไซต์งาน ในงานปรับรากฐาน นายเฉลิมพล เผยว่า ตอนนี้เป็นช่วงปลายงาน การก่อสร้างส่วนของปรับรากฐานใกล้แล้วเสร็จ ทำให้ มีรถขนดินเพียง 4-5เที่ยวต่อวันเท่านั้น ส่วนรถที่ส่งหิน ดิน ทราย สำหรับการก่อสร้าง รถกลุ่มนี้จะมีการชั่งน้ำหนักมาตั้งแต่ต้นทางอยู่แล้ว ถึงมั่นใจว่าน้ำหนักไม่เกินตามกฏหมายกำหนดแน่นอน
ขณะที่วันนี้ นายธราพงษ์ เพ็ชร์คง ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพระโขนง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบไซต์งานก่อสร้างใช้เวลาประมาณ 40 นาทีก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว บอกว่า วันนี้หลังจากที่ ทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มีการประชุมถึงกรณีที่เกิดขึ้น ก็ได้มอบหมายให้ตัวเองเข้าตรวจสอบเรื่องการขนดิน น้ำหนักของดินที่รถบรรทุกขนออกไป ซึ่งจากการตรวจสอบ ก็พบว่า ดินภายในโครงการเหลือไม่เยอะแล้ว เพราะเป็นช่วงท้ายของการก่อสร้าง เมื่อถามว่าที่ผ่านมาทางเขตมีการตรวจสอบบ้างหรือไม่ นายธราพงษ์ ก็ยืนยันว่า ที่ผ่านมามีการตรวจสอบอยู่แล้ว
ส่วนประเด็นเรื่องสติกเกอร์หน้ารถบรรทุกรูปดาวมีตัวอักษร B สีเขียว ที่มีข้อมูลว่าเป็นส่วยสติ๊กเกอร์ สามารถบรรทุกน้ำหนักเกินและบรรทุกนอกเวลาที่กฏหมายกำหนดได้ อย่างที่บอกไปว่าวันนี้รถที่ออกจากไซต์งานไม่มีการติดสติกเกอร์ลักษณะแบบนั้นเลย แต่หากสังเกตจากเกหตุการณ์เมื่อวานนี้ จะพบว่า มีรถที่ลักษณะเดียวกันไปช่วยขนดิน 2คัน นอกจากสติกเกอร์รูปดาวที่เหมือนกัน บางคันมีสติกเกอร์ตัวอักษร คำว่า “เครซีบัสไทยแลนด์” ทำให้มีข้อสงสัยว่าอาจเป็นสติกเกอร์ส่วยด้วยหรือไม่
ซึ่งล่าสุดในเพจเครซี่บัสไทยแลนด์ ออกมาเคลื่อนไหวปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับส่วยสติ๊กเกอร์ ทีมข่าวติดต่อไปยัง นายพุฒิพร วาลมนตรี เจ้าของเพจเครซี่บัสไทยแลนด์ ยืนยันว่า สติกเกอร์ที่เห็นติดรถบรรทุกเป็นของกลุ่มคนรักรถบัสและรถบรรทุก ที่เริ่มก่อตั้งมีตั้งแต่ ปี 2548 ตอนนี้มีสมาชิกในกลุ่มกว่าแสนคน โดยคนที่จะเป็นสมาชิกก็เพียงแค่ขอเข้าร่วมกลุ่ม และ หากอยากได้สติกเกอร์ก็มีจำหน่าย ในราคา 360 บาท จัดส่งทั่วประเทศ ซึ่งตอนนี้จากยอดการสั่งซื้อน่าจะมีรถที่ติดสติกเกอร์นี้ประมาณ 1,000 คัน พร้อมยืนยันว่าเป็นเพียงสติกเกอร์กลุ่มไม่ใช่ส่วยสติกเกอร์แน่นอน ส่วนสติกเกอร์รูปดาว ตัวอักษร B สีเขียวนั้นไม่ได้เกี่ยวกับกลุ่มของตัวเองเลย และไม่รู้ด้วยว่ามีความหมายว่าอย่างไร หรือเป็นสติกเกอร์ส่วยหรือไม่
"สติกเกอร์เราเป็นสติกเกอร์กลุ่มคนที่ชื่นชอบรถบัส รถบรรทุกครับ เป็นสมาชิกหรอคะ ใช่ครับเป็นสมาชิก ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสติกเกอร์ตัวB ที่เป็นรูปดาวเลยครับ เพจเคซี่บัสไทยแลนด์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลยครับเป็นเพียงคนที่ชื่นชอบ ใครที่ชื่นชอบก็สามารถสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกได้ ก็แค่กดถูกใจกดเข้ากลุ่มใน Facebook ไม่มีค่าใช้จ่ายใดใดเลยครับแล้วตัวของสติกเกอร์ก็คือซื้อขายปกติไป ใช่ครับ"
ขณะที่ เพจเครซี่บัสไทยแลนด์ ออกมายืนยันแล้วว่า สติกเกอร์ที่เห็นติดหน้ารถเป็นเพียงสติกเกอร์กลุ่ม ไม่เกี่ยวกับส่วย แต่สติ๊กเกอร์ดาว B สีเขียว เรายังไม่รู้ว่าเป็นสติกเกอร์อะไรเป็นสติกเกอร์ส่วยหรือไม่ ซึ่งพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. เปิดเผยว่า คนขับรถบรรทุกยืนยันว่าเป็น สติกเกอร์เข้าไซต์งานมี 5 คัน
“เงินอุดหนุนบุตร” เช็กเงื่อนไขรับสิทธิ-ปฏิทินรับเงิน ที่นี่!
JKN ยื่นศาลล้มละลายกลาง ขอฟื้นฟูกิจการ แก้ปัญหาสภาพคล่อง
คปภ. ลงดาบ..! เพิกถอนใบอนุญาต ตัวแทนประกันชีวิต ขายข้อมูลลูกค้าให้มิจาฉาชีพ