เป็นวันที่ 8 แล้วที่ทางเจ้าหน้าที่ส่งกำลังสลับสับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง เพื่อควานตัว เสี่ยแป้งให้ได้โดยเร็ว เพราะยิ่งนาน นอกจากจะทำให้กำลังพลเจ็บป่วย ยังใช้งบประมาณไม่ใช่น้อย แต่แม้ว่าการปฏิบัติหน้าที่บนเทือกเขา และบริเวณเชิงเขา จะยากลำบากมีสภาพฝนที่ตกหนักและมีน้ำป่าไหลหลากเจ้าหน้าที่ก็ยังปฏิบัติงานอย่างแข็งขัน
ภาพตามสื่อที่เราคุ้นตาในช่วง1 สัปดาห์ที่ผ่านมาก็เป็นความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่ชุดต่างๆที่ตรึงกำลังอยู่ในพื้นที่ ซึ่งจะเห็นว่าได้สุขสบายนัก
ตำรวจชุดไล่ล่า “เสี่ยแป้ง” บางนายเริ่มป่วยจากสภาพอากาศเขาบรรทัด
โดยเจ้าหน้าที่นายหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ความลำบากของการทำงานคือสภาพแวดล้อมของเทือกเขาบรรทัดและสภาพอากาศ ยิ่งเมื่อต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงก็ทำให้ร่างกายอ่อนล้า เจ็บป่วยได้ง่าย ขณะที่การขึ้นลงเขาเพื่อสับเปลี่ยนกำลังและขนเสบียงก็ต้องใช้เวลานานมากขึ้นเมื่อมีน้ำป่า
เท่าที่ทีมข่าวของเราติดตามภารกิจเจ้าหน้าที่ในช่วง 2-3วันที่ผ่านมาก็พบว่า แต่ละวันเจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าวันละไม่ต่ำกว่า 4-5 กิโลเมตร และเส้นทางบนเขาบรรทัด 60-70 เปอร์เซ็นต์คือเป็นทางลาดชัน ป่าดิบชื้นสลับน้ำตก แต่ทุกคนก็มีกำลังใจที่ดีและไม่ย่อท้อ ทีมข่าวมีโอกาสสอบถามเจ้าหน้าที่คนหนึ่งว่า อยากกลับบ้านหรือยัง เขาตอบว่า จะไม่กลับจนกว่าจะได้ตัวเสี่ยแป้ง
ขณะที่วันนี้ ทีมข่าวก็ได้ติดตามตำรวจภูธรควนขนุน ขึ้นไปลาดตระเวนขึ้นไปบนน้ำตกท่าช้าง หลังได้รับแจ้งว่าบริเวณจุดนี้โดรนจับความร้อนจับความร้อนได้ เส้นทางก็อย่างที่เห็นเป็นเขาลาดชันและป่าดิบชื้น ผู้สื่อข่าวจึงสอบถาม ว่าทำงานลำบากแบบนี้ได้ค่าเบี้ยเลี้ยงหรือไม่ พี่ตำรวจบอกว่าในส่วนของค่าเบี้ยเลี้ยง ไม่ ทราบข้อมูลจริงๆว่าจะได้รับอย่างไร แต่เบื้องต้นสิ่งที่ส่วนกลาง สนับสนุนคืออาหารกล่อง 3 มื้อ น้ำดื่มส่วนเบี้ยเลี้ยง โดยปกติแล้วจะได้รับจากทางหน่วยงานในสังกัด เดือนละ 400 บาทส่วนปฏิบัติการครั้งนี้ ยืนยันว่ายังไม่ทราบ ข้อมูล ว่าต้องได้รับ เบี้ยเลี้ยง เงินสนับสนุนอย่างไร
ด้านชาวบ้านในพื้นที่ ใกล้คลองเขาหัวช้างเผยกับทีมข่าวว่า เวลาที่เจ้าหน้าที่นำกำลังมาเยอะแยะมากมาย เฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินวันละหลายครั้ง รู้สึก ใจสั่นทุกครั้ง เพราะคิดว่า เปลืองงบประมาณหลวง เพราะรู้ว่าสุดท้าย ก็จับนายแป้ง ไม่ได้อย่างแน่นอน ถ้าจับได้คงจับได้นานแล้วไม่อยู่จนถึงวันนี้หรอก
และยัง ยังแอบจดไว้อีกว่า วันหนึ่ง เครื่องบินขึ้นบินกี่ครั้ง และไปค้นหาดูว่าในการบินครั้งหนึ่ง ใช้งบประมาณค่าน้ำมันเท่าไหร่ ปรากฏว่าก็พบว่าครั้งหนึ่งขึ้นบินทีก็จะเสียเงิน 200,000 บาทยิ่งรู้สึกเสียดาย เงินและสงสารคนที่มาปฏิบัติหน้าที่ เหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตน
ด้านพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์เรื่องที่มีการมองกันว่า การล่า ผู้ต้องหา 1 คน กับ งบประมาณที่ใช้ มหาศาล คุ้มค่ากันหรือไม่ โดยบอกว่า อยากให้คนมองมุมนี้ เพื่อจะได้เข้าใจว่า เราทำงานอยู่บนความขาดแคลน ภาระงานและคาดหวังสูง แต่เราทำงานอยู่บนความขาดแคลนมาก ย้ำว่าจำเป็นต้องทำเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ปล่อยไว้ไม่ได้ เพราะ นอกจากจะอันตรายแล้วยังอาจจะไปยุ่งกับพยานหลักฐานด้วย
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ย้ำว่า ไม่เคยมีนโยบายสั่งการให้วิสามัญเสี่ยแป้ง ยังสั่งการให้ไล่ล่าติดตามตัวมาดำเนินคดีปกติ และสั่งการให้ทำงานตามกรอบกฎหมาย อยากฝากถึงพี่น้องครอบครัวเสี่ยแป้ง ให้มั่นใจและบอกให้เสี่ยแป้งมอบตัว เพราะ ไม่มีแนวคิดวิสามัญ ทั้งนี้ยังมั่นใจว่า เสี่ยแป้งอยู่บนเขา ไม่ได้หนีออกไปนอกประเทศ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ยังบอกอีกว่า ตัวเองกำลังจะลงพื้นที่ไปเยี่ยมกำลังพล ที่ถูกทากกัดเร็วๆนี้