การขยายผลจับขอทานชาวจีนล่าสุด จับได้แล้ว 6 คน พบบางส่วนมีความเชื่อมโยงกัน และมีคนหนุนหลังให้ที่พักพิง แต่ต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าเป็นขบวนการค้ามนุษย์หรือไม่ ขณะที่ในการดำเนินคดี เจ้าหน้าที่เพียงแค่เปรียบเทียบปรับหลักร้อยบาท และผลักดันออกนอกประเทศขึ้นแบล็คลิตส์ห้ามเข้าไทย 10 ปี
ด้าน ทนายเดชา ตั้งข้อสงสัยว่า อาจมีการจ่ายส่วยคล้ายกับกรณีสติกเกอร์รถบรรทุกหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ก็น่าจะเห็นขอทานเหล่านี้ แต่เหตุใดไม่มีการจับกุม ทั้งที่ผิดกฎหมายหลายส่วน
ส่วนการดำเนินคดีกับขอทานชาวจีนนั้น พลตำรวจตรีอำนาจ ไตรพจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ตั้งแต่ 10- 20 พฤศจิกายน 2566 สามารถจับกุมได้แล้ว 6 ราย ตำรวจได้เปรียบเทียบปรับรายละ 100, 400 และ 500 บาท และอยู่ระหว่างดำเนินการเปรียบเทียบปรับอีกสามราย โดยในจำนวน 6 รายนี้ ได้ผลักดันกลับประเทศแล้ว 1 ราย ที่เหลืออยู่ที่ห้องกักของ ตม.
และอยู่ระหว่างการสอบสวน
โดยผู้ต้องหาสารภาพว่า บาดแผลบนร่างกายเกิดจากอุบัติเหตุไฟไหม้ที่ประเทศจีน แต่บางส่วนปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะขึ้นแบล็คลิสต์ขอทานชาวจีนทั้ง 6 รายห้ามเข้าประเทศไทยเป็นเวลา 10 ปี พร้อมขยายผลสืบจับเพิ่มเติม
จากการสอบสวนพบว่าขอทานชาวจีนทั้ง 6 ราย มีจุดเชื่อมโยงกันกัน โดยบางส่วนใช้ล่ามแปลภาษาชาวไทยคนเดียวกัน และมีขอทานชาวจีนสองคนที่พักอาศัยอยู่ด้วยกันในย่านวังทองหลาง ส่วนที่เหลือพักกระจายกันโรงแรมในกรุงเทพมหานคร ตอนนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนว่าเป็นขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติโดยใช้ไทยเป็นฐานเพื่อส่งเงินกลับไปยังประเทศจีนหรือไม่ เบื้องต้นเชื่อน่าจะมีคนไทยอยู่เบื้องหลัง และเจ้าหน้าที่จะเดินการเอาผิดกับผู้ที่ให้แหล่งพักพิงกับขอทานดังกล่าวด้วย
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจาก ตม.ว่า การเข้ามาของขอทานจีน มีทั้งที่เดินทางมาจากจีน 2 ราย ฮ่องกง 1 ราย มาเลเซีย 1 ราย อีก 2 รายมาจากลาว ในจำนวนนี้มี 2 รายที่ขึ้นเครื่องบินมาแต่คนละเที่ยวบิน โดยสาเหตุที่เข้ามาได้เพราะมีหนังสือเดินทางและไม่ได้ติดแบล็คลิสต์ และจากข้อมูลหน้าหนังสือเดินทางที่ประเทศต้นทางคือจีน ตรงกับใบหน้าปัจจุบัน คาดบาดแผลกายภาพที่เป็นอยู่เกิดมาก่อนเข้าไทย หรือตั้งแต่เด็ก บางรายยังเป็นเจ้าของกิจการร้านอาหารในลาวด้วย แต่เข้ามาขอทานในไทยเพราะรายได้ดี
ทีมข่าวได้คุยกับแหล่งข่าวรายหนึ่ง ซึ่งทำงานอยู่ในเอเจนซี่รับดำเนินการต่อวีซ่าให้กลุ่มคนจีน ส่งเบาะแสมาให้กับเรา เล่าว่า เมื่อ20 พ.ย. มี “คนกลาง” ซึ่งจากลักษณะคาดว่าอาจจะเป็น “คนจีนที่พูดภาษาไทยได้” หรือ “เป็นคนไทยเชื้อสายจีน” รายหนึ่ง พยายามตามหาเอเจนซี่ดำเนินการต่อวีซ่าให้กับคนจีนกลุ่มหนึ่ง ภายในกลุ่มแอปพลิเคชั่นวีแชท ที่คนจีนใช้พูดคุยเกี่ยวกับประเทศไทย
ต่อมาจึงมีการส่งงานต่อมาที่ตัวเขา พร้อมกับ “ตัวอย่างพาสปอร์ต” ของคนกลุ่มคนจีน แหล่งข่าวรายนี้บอกว่า ทันทีที่เห็นเขาก็จำได้ว่าทั้ง 2 คน คือ “ขอทานจีน” ที่เพิ่งจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้
แหล่งข่าวรายนี้ ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับต่อวีซ่าคนจีน ว่า จริงๆตามขั้นตอนคนจีนที่เข้ามาในไทยสามารถขอต่อวีซ่าเองได้ แต่ก็จะมีบางกลุ่ม เช่น คนที่ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ผู้สูงอายุ หรือคนที่ต้องการความสะดวก จะจ้างเอเจนซี่อย่างพวกเขา
ยกตัวอย่างวีซ่าประเภทท่องเที่ยว แบบเดียวกับที่ “แก๊งขอทานจีน” ใช้กัน มีระยะเวลาอยู่ในไทยได้ 60 วัน/ครั้ง จากนั้นพอใกล้หมดอายุ สามารถยื่นขอต่อวีซ่าได้อีก 1 เดือน
โดยระเบียบคือ 1. “เจ้าตัวจะต้องไปแสดงตัวที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเอง 2.ต้องมีเอกสาร คือ 1.) รูปถ่าย 2.) หนังสือเดินทาง 3.) สำเนาหนังสือเดินทาง 4.) แบบ “คำขออนุญาตเพื่ออยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป หรือ ตม.7” ซึ่งจะต้องใส่รายละเอียดที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
จึงทำให้แหล่งข่าวรายนี้ตั้งข้อสังเกต “แก๊งขอทานจีน” น่าจะมี “คนดูแล” และมีการจัดหาที่อยู่กันเป็นกิจลักษณะอย่างแน่นอน
รู้วันโอนเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท พร้อมวิธีเช็กเข้าบัญชี
กางปฏิทินจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ค่าจ้างลูกจ้างประจำ บำนาญ ปี 2566
วันหยุดเดือนธันวาคม 2566 เช็กเลยมีวันหยุดราชการ-หยุดยาววันไหนบ้าง