สะพัด! จับผู้ต้องหาหนีคดีซื้อกามเด็กที่เยอรมัน ถูกจำคุก-ดำเนินคดี


โดย PPTV Online

เผยแพร่




นายกสมาคมฯธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา เผยผู้ต้องหาหนีคดีซื้อกามเด็กโดนจับที่เยอรมัน ถูกจำคุก-ถูกดำเนินคดี ด้าน “บิ๊กโจ๊ก” จ่อสอบ ตำรวจเอี่ยวรับเงิน

จากกรณีสื่อเยอรมันทำสารคดีตีแผ่การค้าบริการเด็กในไทยจนฉาวไปทั่วโลก มีผู้ต้องหาชาวเยอรมันโดนจับแต่ติดสินบนเจ้าหน้าที่ 1 ล้านบาท แล้วหนีกลับประเทศไปได้นั้น

ล่าสุด นางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืน เมืองพัทยา เปิดเผยว่า คดีผู้ต้องหาชาวเยอรมันที่หนีกลับประเทศ ล่าสุด ได้สอบถามไปยังกลุ่มของสมาคมฯ ได้ยินว่าชาวเยอรมัน คนที่ซื้อบริการเด็กเมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้ถูกจำคุกอยู่ที่เยอรมัน และถูกดำเนินคดีที่นั่น แต่ยังไม่ยืนยัน 100% ต้องรอตรวจสอบรายละเอียดที่แน่ชัดอีกครั้ง

แฉ! ต่างชาติ ตั้งกลุ่มซื้อบริการทางเพศเด็ก รู้วิธีล้มคดีหนีกลับประเทศ

ทนาย ยัน ชายเยอรมันโกหก! ปมสินบน 1 ล้านบาทแลกปล่อยตัว

ศาล แจงตร.ไม่ได้ค้านประกันตัวผู้ต้องหาเยอรมันล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

ส่วนบาร์เบียร์ดังกล่าวถูกสั่งปิด 5 ปีไปตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งถึงตอนนี้ก็ยังปิดอยู่ ซึ่งตามสถานบริการ บาร์เบียร์ต่างๆ ในพื้นที่ ตนเองก็ได้ช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องเด็กต่ำกว่าอายุทำงาน ต้องไม่มีเด็ดขาด และมีการประชาสัมพันธ์กันมาตลอด อย่างน้อยเดือนละสองครั้ง เป็นการเตือนผู้ประกอบการว่าโทษในคดีลักษณะนี้รุนแรง โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายค้ามนุษย์ เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นอีก

ด้าน พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่าคดีนี้มาจากการการจับกุมสถานบริการที่พัทยาซึ่งนำเด็กมาค้าประเวณี ซึ่งขณะนั้นตนได้ลงไปกำกับดูแลเรื่องนี้เอง

โดยเป็นการขยายผลมาจากเด็กในร้าน 2 คน ก่อนจะพบว่ามีเด็กอีก 6 คน ถูกค้าประเวณี และมีผู้หญิงคนหนึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของร้าน แต่ตำรวจขยายผลต่อจนพบว่าจริง ๆ แล้วเจ้าของร้านตัวจริงคือสามีชาวอังกฤษของหญิงคนดังกล่าว ซึ่งตำรวจได้ดำเนินคดีกับทั้ง 2 คน ในข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ จากนั้นได้ขยายผลไปถึงผู้มาใช้บริการซื้อประเวณีเด็กอีก 2 คน เป็นชาวเยอรมันและชาวอเมริกัน

ซึ่งเรื่องของสำนวนการสอบสวน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทุกคน และอัยการก็พิจารณาสำนวนพบว่าสมบูรณ์ครบถ้วนสั่งฟ้องผู้ต้องหาทุกคนเช่นกัน แต่ต่อมาพนักงานอัยการไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหาไปฟ้องได้ ซึ่งก็ไม่มีการรายงานมาที่ตนเอง ทำให้เพิ่งมาทราบเรื่องจากสารคดีของสื่อเยอรมัน เมื่อทราบแล้วตนก็สั่งการให้ตรวจสอบทันที พบว่าสำนวนไม่ได้มีปัญหา แต่ที่ผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศเพราะผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา และหัวหน้าพนักงานสอบสวนไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวคือกรณีจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติแต่ไม่ได้แจ้งกองการต่างประเทศให้รับทราบเพื่อให้แจ้งไปยังสถานทูตของประเทศนั้น ๆ ว่ามีพลเมืองมากระทำผิดในแผ่นดินไทย และไม่ได้แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้เพิกถอนวีซ่าผู้ต้องหา ซึ่งตามปกติจะต้องดำเนินการ เพราะหากผู้ต้องหาได้ประกันตัว ตม.ก็จะอายัดตัวมากักที่ห้องกักของ ตม.ได้ ป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ และ ตม.จะนำตัวผู้ต้องหาไปศาลตามนัด เมื่อเสร็จก็จะนำกลับมากักต่อจนกว่าคดีความจะสิ้นสุด

นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลโดยไม่คัดค้านการประกันตัวทั้งที่เป็นคดีร้ายแรงและผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติ และถึงแม้ศาลจะมีหนังสือแจ้ง ตม.หลังให้ประกันตัวผู้ต้องห โดยมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาต ซึ่ง ตม.ก็ขึ้นลิสต์ไว้แล้ว แต่ชาวเยอรมันได้ติดต่อทนายความให้แจ้งศาลว่ามีธุรกิจจำเป็นต้องกลับไปทำที่เยอรมัน ศาลจึงอนุญาตให้ออกนอกประเทศจนเป็นที่มาของเรื่องดังกล่าว

พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ บอกอีกว่า เบื้องต้นตนเองได้สั่งการโดยแบ่งเป็นคดีทางวินัย และคดีทางอาญา โดยการดำเนินการทางวินัยได้สั่งการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ให้ตั้งคณะกรรมการลงโทษทางวินัยกับผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา หัวหน้างานสอบสวน และพนักงานสอบสวนในขณะนั้นที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แม้ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา จะอ้างว่าไม่แน่นในระเบียบ แต่เป็นตำรวจจะอ้างเช่นนั้นไม่ได้

ส่วนคดีอาญาก็จะต้องตรวจสอบให้ได้ว่ามีใครรับเงินบ้าง โดยฝ่ายตำรวจที่เกี่ยวข้องปฏิเสธว่าไม่ได้รับเงิน แต่เรื่องนี้คงไม่มีใครรับสารภาพ ต้องสอบถามจากผู้ต้องหาชาวเยอรมัน ดังนั้นในวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายนนี้ เวลา 14.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตนได้ประสานเชิญเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย มาหารือถึงแนวทาง โดยจะขอให้ทางการเยอรมันสอบปากคำผู้ต้องหารายนี้ว่าจ่ายเงินให้ใครบ้าง หรือหากเป็นไปได้อาจส่งทีมตำรวจไทยไปสอบปากคำเองเพื่อให้ความจริงปรากฎ ส่วนทนายความของผู้ต้องหาสอบถามแล้วก็ไม่ทราบว่าลูกความตนเองจ่ายเงินให้ใครบ้างเช่นกัน บอกเพียงว่ารับเงินมาทั้งหมด 1 ล้านบาท เป็นทั้งค่าจ้างและหลักทรัพย์ยื่นประกันตัว แต่ยืนยันว่าถ้าพบตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รายใดกระทำความผิดตนเองไม่ช่วยแน่นอน

ตลอดจนจะมีการหารือถึงเรื่องการนำตัวผู้ต้องหาชาวเยอรมันเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วย โดยตนเองได้กำชับให้ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา คนปัจจุบัน เร่งขอออกหมายแดงเพื่อนำตัวผู้ต้องหาเยอรมันกลับมาดำเนินคดีโดยเร็ว โดยใช้ พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดนฯ อย่างไรก็ตามรัฐบาลเยอรมันมีกฎหมายเรื่องสิทธิเสรีภาพสูงมาก จะไม่มีการส่งตัวพลเมืองเยอรมันไปดำเนินคดีที่ประเทศอื่น แต่ถึงแม้จะไม่ส่งตัวผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีในไทย แต่ตำรวจไทยก็ต้องส่งข้อมูลและหมายแดงให้ทางการเยอรมันเพื่อขอให้ทางการเยอรมันดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายดังกล่าวแทน พร้อมยอมรับเป็นเรื่องน่าเสียดายที่สำนวนคดีรัดกุมแล้วแต่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้

นอกจากนี้ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ยังบอกอีกว่าเรื่องดังกล่าวส่งผลต่อการจัดอันดับการค้ามนุษย์ของไทยพอสมควร ซึ่งตนก็เตรียมนัดเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาเพื่ออธิบายเรื่องดังกล่าวแล้ว

5 ธันวาคม นอกจาก “วันพ่อแห่งชาติ” ยังเป็น “วันดินโลก”

YG Entertainment แจ้งตลาดหุ้น BLACKPINK เซ็นสัญญาวงเรียบร้อย

ตั้ง 2 ประเด็นอุบัติเหตุรถทัวร์มรณะ! คมนาคม สั่งเร่งเยียวยา

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024
TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ