การสอบ "PISA" คืออะไร? ประเมินอะไร ทำไมถึงสำคัญ?


โดย PPTV Online

เผยแพร่




รู้จักการสอบ "PISA" ว่าคือการสอบอะไร ทำไมถึงสำคัญต่อเด็กไทยและเด็กทั่วโลก หลังคะแนนร่วงหลายประเทศ

ประเทศไทย เก็บผลการสอบ PISA 2022 เรียบร้อยเมื่อเดือนสิงหาคม 65 และประกาศผลในวันที่ 5 ธันวาคม 66 ที่ผ่านมา และจะเผยแพร่ผลการประเมินด้านความคิดสร้างสรรค์ ในเดือนธันวาคม 67 ต่อไป

โดยรอบการประเมินถัดไปคือ PISA 2025 หรือในอีก 2 ปีข้างหน้า จะเน้นการประเมินความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์เป็นหลัก และมีการประเมินเพิ่มเติมด้านการเรียนรู้ในโลกดิจิทัล โดยประเทศไทยจะจัดสอบรอบทดลองใช้เครื่องมือจัดสอบในเดือนสิงหาคม 67 และจัดสอบรอบการวิจัยหลักในเดือนสิงหาคม 68

ผลสอบ PISA คะแนนร่วงเกือบทั้งโลก ไทยหนัก คะแนนต่ำสุดในรอบ 20 ปี

รวมทุกเรื่อง “คลื่นความร้อน” ภัยจากวิกฤติภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น

“เทศกาลสารทจีน” คืออะไร สำคัญอย่างไรกับลูกหลานชาวจีน

และจากผลการสอบ PISA ที่เด็กจากหลายประเทศทั่วโลก คะแนนร่วงไปตาม ๆ กัน รวมถึงเด็กไทยที่มีผลคะแนนออกมาต่ำสุดในรอบ 20 ปี ทำให้หลายคนให้ความสนใจว่า การสอบ PISA คืออะไร? และมีความสำคัญอย่างไร?

PISA  คืออะไร? มีความสำคัญอย่างไร?

PISA คือ โปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตราฐานสากล (Programme for International Student Assessment ;PISA) ริเริ่มโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและพัฒนา หรือ OCED มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินคุณภาพของระบบการศึกษาของประเทศต่าง ๆ ในการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนมีศักยภาพหรือความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง โดย PISA เน้นการประเมินสมรรถนะของนักเรียนเกี่ยวกับการใช้ความรู้และทักษะในชีวิตจริง มากกว่าการเรียนรู้ตามหลักสูตรในโรงเรียน ปัจจุบันนี้มีประเทศจากทั่วโลกเข้าร่วมการสอบ PISA มากกว่า 80 ประเทศ

PISA ประเมินอะไร?

PISA ประเมินสมรรถนะความฉลาดรู้ 3 ด้าน ได้แก่ ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (Reading Literacy) ความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy)

ในการประเมินผลนักเรียนจะวัดความรู้ทั้ง 3 ด้าน แต่จะเน้นหนักในด้านใดด้านหนึ่งในการประเมินแต่ละระยะ กล่าวคือ

  1. การประเมินผลระยะที่ 1 (PISA 2000 และ PISA 2009) เน้นด้านการอ่าน (น้ำหนักข้อสอบด้านการอ่าน 60% และที่เหลือเป็นด้าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์อย่างละ 20%)
  2. การประเมินผลระยะที่ 2 (PISA 2003 และ PISA 2012) เน้นด้านคณิตศาสตร์ (น้ำหนักข้อสอบด้านคณิตศาสตร์ 60% และด้านการอ่านและวิทยาศาสตร์อย่างละ 20%)
  3. การประเมินผลระยะที่ 3 (PISA 2006 และ PISA 2015) เน้นด้านวิทยาศาสตร์ (น้ำหนักข้อสอบด้านวิทยาศาสตร์ 60% และด้านการอ่านและคณิตศาสตร์อย่างละ 20%)

PISA ประเมินใคร?

PISA จะประเมินนักเรียนอายุ 15 ปี ซึ่งเป็นวัยที่จบการศึกษาภาคบังคับ โดยการสุ่มตัวอย่างตามระบบอย่างเคร่งครัด เพื่อประกันว่านักเรียนที่เข้าสอบ จะเป็นตัวแทนของนักเรียนทั้งระบบ อีกทั้งการวิจัยในทุกขั้นตอนต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ OECD ทุกประเทศต้องทำตามกฎเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การวิจัยมีคุณภาพอยู่ในระดับเดียวกัน และข้อมูลของทุกประเทศมีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้สามารถนำมาวิเคราะห์ร่วมกันได้ และตามข้อตกลงในการดำเนิน PISA ของ OECD ไม่อนุญาตให้เปิดเผยรายชื่อของโรงเรียนกลุ่มตัวอย่าง

สำหรับ PISA ประเทศไทย ได้กำหนดกรอบการสุ่มตัวอย่าง (sampling frame) เป็นนักเรียนอายุ 15 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ขึ้นไป จากโรงเรียนทุกสังกัด ได้แก่

  • โรงเรียนในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน
  • โรงเรียนในสังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร
  • โรงเรียนในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
  • โรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
  • วิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

PISA เกิดขึ้นเมื่อใด?

ประเทศไทยเข้าร่วม PISA ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 (PISA 2000) และดำเนินการต่อเนื่องมาใน PISA 2003, PISA 2006, PISA 2009, PISA 2012 และ PISA 2015 โดยจัดการประเมินต่อเนื่องทุก 3 ปี ตั้งแต่เริ่มต้นการทดสอบในปี 2000 การประเมิน PISA กลายเป็นแหล่งข้อมูลที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก และกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ สำหรับการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของหลายประเทศทั่วโลก

ประเทศไทยได้อะไรจากการเข้าร่วม PISA?

ผลการทำแบบทดสอบและข้อมูลเกี่ยวกับตัวนักเรียน รวมทั้งข้อมูลนโยบาย การบริหารจัดการ และการจัดการเรียนการสอนจากผู้บริหารของโรงเรียน ทำให้ได้ข้อมูลคุณภาพการศึกษาของประเทศ เพื่อนำไปสู่การประเมินและพัฒนานโยบายทางการศึกษาการ พัฒนาหลักสูตร พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมไปถึงการจัดการเรียนการสอนของประเทศให้มีคุณภาพทัดเทียมกับนานาชาติต่อไป

PISA ประเทศไทย

ตั้งแต่ PISA 2015 ประเทศไทยได้เปลี่ยนไปใช้รูปแบบการประเมินด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งนักเรียนต้องทำแบบทดสอบบนคอมพิวเตอร์ โดยใช้การคลิกเลือกตอบ พิมพ์คำตอบ ใช้เมาส์ลากและวางคำตอบหรือคลิกเลือกคำตอบจากรายการที่กำหนดให้ การประเมินของ PISA ใช้เวลาสองชั่วโมงในการทำแบบทดสอบและใช้เวลาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงในการตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับตัวนักเรียนและการเรียน นอกจากนี้ยังมีแบบสอบถามสำหรับโรงเรียนที่ต้องตอบบนคอมพิวเตอร์เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการการศึกษาภายในโรงเรียนด้วย

เรียบเรียงจาก PISA Thailand

5 ธันวาคม นอกจาก “วันพ่อแห่งชาติ” ยังเป็น “วันดินโลก”

YG Entertainment แจ้งตลาดหุ้น BLACKPINK เซ็นสัญญาวงเรียบร้อย

ตั้ง 2 ประเด็นอุบัติเหตุรถทัวร์มรณะ! คมนาคม สั่งเร่งเยียวยา

TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ