วันที่ 11 ม.ค.2567 ป้าจุกอายุ 56 ปี เดินทางมาร้องกับเพจสายไหมต้องรอด ด้วยสภาพที่ใบหน้าปูดบวมเขียวช้ำ ศรีษะแตก ป้าจุกเล่าว่า เพิ่งถูกนายตี๋ แก๊งเก็บเงินกู้ตีมาสดๆร้อนๆเมื่อวานนี้ หลังจากป้าจุกไปกู้เงินนอกระบบมาเป็นเงิน 4,000 บาท และค้างชำระอยู่ 2,400บาท เพราะป้าจุกไม่สบายไม่สามารถขายของได้
โดยช่วงเช้าของวานนี้ ขณะปั่นจักรยานเไปซื้อของที่ตลาดเจอเข้ากับนายตี๋ คนเก็บเงินกู้ นายตี๋ก็ได้เดินเข้ามาถามป้าว่า จะเริ่มผ่อนจ่ายเงินที่ค้างอีก 2,400 บาท เมื่อไหร่
ป้าจึงตอบกลับไปว่า แล้วที่ขี่รถจักรยานยนต์มาชนป้าจะชดใช้ยังไง เพราะก่อนหน้านี้นายตี๋เคยขี่รถชนป้ามาแล้วครั้งหนึ่ง ทำให้นายตี๋เกิดความไม่พอใจ จึงใช้มือตบเข้าไปที่หน้าของป้า 2 ครั้ง และใช้หมวกกันน็อคฟาดไปที่ใบหน้าป้าอีก 3 ครั้ง ทำให้เป็นแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ เย็บ 8 เข็ม และตาขวาเขียวช้ำบวม
ทั้งนี้ทีมข่าวลงพื้นที่มายังจุดเกิดเหตุภายในซอยวุฒากาศ 46 พบว่าเป็นตรอกซอยเล็กๆ บริเวณจุดเกิดเหตุ ไม่มีกล้องวงจรปิดและเป็นจุดที่อับสายตาคน
โดยนางวารี เจ้าของร้านทอดมันที่ป้าจุกมารับจ้างซื้อของ เล่าว่า ป้าจุกได้ขี่จักรยาน มาที่ร้านของตน เพื่อมารับจ้างซื้อของให้ตามปกติ เวลาประมาณ 10 โมงเช้าวานนี้ ป้าจุกได้โทรศัพท์ มาหาบอกว่าถูกตีศีรษะจึงให้พี่สาวออกไปดูจากนั้นก็พาป้าจุกเข้ามาพัก ที่บริเวณหน้าร้านของตน สภาพตอนนั้น ป้าจุกเลือดท่วมไปทั้งตัว เป็นแผลบริเวณศีรษะ โดยบอกว่า เป็นพวกแก๊งหมวกกันน็อก เจ้าหนี้นอกระบบมาตี โดยนางวารีก็บอกว่า ป้าจุกมีหนี้สินเยอะ มีเจ้าหนี้ หลายเจ้าและก่อนหน้านี้เคยถูกทำร้ายร่างกายมาแล้วครั้งหนึ่ง
ซึ่งก่อนหน้านี้ป้าจุกเคยถูกแก๊งทวงหนี้ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ชนมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งก็ได้แจ้งความไว้ที่สน.บางขุนเทียน แต่คดีไม่คืบหน้ากระทั่งมาถูกทำร้ายซ้ำอีก นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พาป้าจุกมาตามความคืบหน้าคดีที่สน.บางขุนเทียน โดยบอกว่า ป้าจุกเป็นหนี้เพียงแค่ 4,000 บาท ทำสัญญาต้องจ่ายหนี้รวมดอก 5,000 บาท ป้าจุกจ่ายไปแล้ว 2,400 บาท เหลืออีกครึ่งหนึ่งขาดส่งไปแค่วันเดียวกลับถูกทำร้ายขนาดนี้ แถมคดียังไม่มีความคืบหน้าทำให้ถูกทำร้ายซ้ำอีก และจากพฤติกรรม ดังกล่าวจะเห็นว่า แก๊งเงินกู้นอกระบบ แก๊งนี้ปล่อยเงินกู้ เก็บดอกเบี้ยโหด อัตรา ดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อเดือนแต่เมื่อผู้เสียหาย ขาดส่งเพียง 1-2 วันกลับมีการล้มหนี้ บังคับ เริ่มต้นจ่ายหนี้ใหม่ ซึ่งทำให้อัตราดอกเบี้ยสูงถึง ร้อยละ 40 ต่อเดือน ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนด
ด้าน พ.ต.อ.กฤติเดช จันทร์เพชร ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียน บอกว่าตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ รวมทั้งสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์แล้ว ทราบว่าคนร้าย มากัน 2 คน คนที่ลงมือทำร้าย ชื่อเล่นชื่อนายตี๋ ส่วนอีกคนทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ ชื่อนายพัน อยู่ระหว่างการออกหมายจับ
พ.ต.อ.กฤติเดช เผยอีกว่า ขอให้มั่นใจได้ ตำรวจจะติดตามตัว ผู้ลงมือก่อเหตุทั้งสองคนมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด และจะขยายผลนำไปสู่การจับกุมตัวนายทุนเงินกู้ซึ่งจากที่ทราบรายละเอียด พบว่า นายตี๋เป็นหนึ่งใน นายหน้าปล่อยเงินกู้ให้กับนายทุนย่านรังสิต
พยากรณ์อากาศ 11 -20 ม.ค. เตรียมรับมือฝนถล่มหลายพื้นที่!