หลานลุงเปี๊ยก ร้องสอบ ตร.เอี่ยวผิด พ.ร.บ.อุ้มหาย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ยังคงมีความเคลื่อนไหวของเหยื่อแก๊งวัยรุ่นในคดีป้าบัวผัน วันนี้หลานลุงเปี๊ยก ได้เข้าร้องเรียน ดีเอสไอ ให้ตรวจสอบกรณี ตำรวจสืบสวนใช้ถุงดำคลุมหัวลุงเปี๊ยก บังคับให้รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆาตกรรม อาจเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.อุ้มหาย หรือไม่ ขณะที่พ่อของเด็ก16ปีที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายใช้มีดฟันจนเสียชีวิตเมื่อปี2565 ร้องขอความเป็นธรรม

วันนี้ 22 ม.ค. 2567 นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง พา หลาน ของนายปัญญา คงแสน หรือ ลุงเปี๊ยกสามีป้าบัวผัน ร้องกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ช่วยตรวจสอบ กรณีที่ลุงเปี๊ยกรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆาตกรรมป้าบัวผ่านในครั้งแรกเนื่องจากถูกตำรวจสืบสวนสภ. อรัญประเทศ ใช้ถุงดำคลุมหัว ล่ามโซ่ บังคับให้รับสารภาพ ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยว่า การทำงานของตำรวจอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย 2565 หรือ พ.ร.บ.อุ้มหายหรือไม่

นายกฯ รับไม่ได้จับแพะ คดีฆ่า “ป้าบัวผัน”

อัยการ เผย ข้อกฎหมายเคส "ลุงเปี๊ยก" เข้าอำนาจ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ หรือไม่

ป้าบัวผัน รายการพีพีทีวี/เที่ยงทันข่าว
ผลการตรวจสอบมีตำรวจ 2 นายผิดวินัย คดีจับแพะลุงเปี๊ยก

ซึ่งประเด็นนี้ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏว่า ผลการตรวจสอบมีตำรวจ 2นายผิดวินัย และหนึ่งในนั้น เข้าข่ายความผิดกฎหมายอาญามาตรา 157 ส่วน พ.ร.บ.อุ้มหายหลักฐานไม่เพียงพอจึงถือว่าไม่มีความผิดส่วนนี้

กัน จอมพลัง บอกว่า ผลของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีตำรวจเพียงสองคนที่เข้าข่ายความผิดวินัย และเน็ตเพียงคนเดียวที่ผิดมาตรา 157 ทั้งที่กรณีการบังคับลุงเปี๊ยกรับสารภาพ รอง ผกก.สส.สภ.อรัญประเทศ ก็รับรู้ถึงพฤติการณ์ของลูกน้องเรื่องนี้ จึงตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงไม่โดนความผิดมาตรา 157 ด้วย ตัวเองจึงยื่นเรื่องกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ช่วยตรวจสอบ ว่าการทำงานของตำรวจ มีใครเข้าข่ายความผิดเพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึง อยากให้กรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจสอบด้วยว่าพฤติการณ์ของตำรวจ 2 นาย เรื่อง พ.ร.บ.อุ้มหาย ทางฝั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษมองว่า เข้าข่ายความผิดส่วนนี้หรือไม่ เพราะหลังจากที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงปัดประเด็นนี้ไป ก็มีนักกฎหมายหลายคน โทรศัพท์มาหาตัวเองว่าผลการพิจารณาผิดปกติ เหมือนมีการช่วยเหลือกัน

นอกจากนั้นวันนี้ กันจอมพลังยังพา นายสมภพ กุ่มประสิทธิ์ พ่อของเด็ก16 ปี ที่เสียชีวิตจากกรณีถูก 1 ใน 5 เยาวชนที่ก่อเหตุทำร้ายป้าบัวผันเสียชีวิต พาพวกรวม10คน รุมทำร้ายร่างกาย โดยการจับลงน้ำ แล้วใช้มีดฟันจนเสียชีวิตเมื่อปี 2565 มาร้องขอความเป็นธรรมในคดี

นายสมภพ เล่าว่า หลังเกิดเหตุตำรวจแจ้งว่าสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมดรวม3คน หลังจากนั้นก็ได้เรียกภรรยาของตัวเองซึ่งเป็นชาวกัมพูชาไปนั่งฟังคำให้การของฝั่งผู้ก่อเหตุ เพียงครั้งเดียว และไม่เคยเรียกไปให้ข้อมูลอีกเลย ต่อมาหลังจากนั้นผ่านมากว่าหนึ่งปี คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า พนักงานสอบสวนยังไม่ส่งฟ้องในคดีอาญา โดยให้เหตุผลว่าถูกย้ายให้ไปช่วยราชการที่สภ.วัฒนานคร ทำให้ส่งฟ้องไม่ทัน

ขณะที่หลังจากเกิด ทางครอบครัวของตัวเองถูกวัยรุ่นกลุ่มนี้สร้างความวุ่นวายอยู่ตลอด ตั้งแต่งานศพของลูก มีการเข้ามาเบิ้ลรถ ปาระเบิด ชูนิ้วกลางให้ หลังจากนั้นก็ยังคงข่มขู่สร้างความเดือดร้อนถึงบ้าน จนไม่กล้าออกไปทำงานสูญเสียรายได้ของครอบครัว และท้ายที่สุดต้องย้ายหนีไปอยู่กับพ่อแม่ที่อื่น

ด้านกัน จอมพลัง บอกว่า พฤติการณ์ของกลุ่มวัยรุ่นที่ทำร้ายเด็ก 16 จนเสียชีวิตไม่ต่างจากที่ทำป้าบัวผัน นาย สมภพ พ่อของเด็ก16ปี ที่เสียชีวิต จึงมองว่าหากตำรวจเร่งดำเนินคดีตั้งแต่แรกก็คงไม่เกิดเหตุกับป้าบัวผัน

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ บอกว่า สำหรับเรื่องของ พ.ร.บ.อุ้มหาย อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมาย กองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ โดยวันนี้ที่มีการมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมก็จะนำข้อมูลของผู้เสียหายมาประกอบ การสืบสวนอีกครั้ง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจจึงต้องเร่งรัดการสืบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

 

เปิดเงื่อนไข กาตาร์ พบ จีน ส่งผลต่อทีมไทย ลุ้นเข้ารอบ 16 ทีมเอเชียน คัพ 2023

สรุปอันดับโลกวอลเลย์บอลหญิงไทย ก่อนลุยศึกเนชั่นส์ ลีก 2024

อ.ปริญญา ซัดตำรวจจับแพะลุงเปี๊ยก สะท้อนระบบยุติธรรม

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ