ทลายเครือข่ายหลอกลงทุนเทรดหุ้นทองคำ-น้ำมัน เงินสะพัด 16,000 ล้าน!


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ทลายเครือข่ายหลอกลงทุนเทรดหุ้นทองคำ-น้ำมัน ตุ๋นเหยื่อโอนเงิน พบเงินหมุนเวียนกว่า 16,000 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. ร่วมด้วย บก.ป., บก.ทล., บก.ปคบ., บก.รน.

ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาหลายราย ประกอบด้วย 1.นายภัทรกษิณฯ อายุ 22 ปี 2.นายปรัชญาฯ อายุ 23 ปี 3.นายภาณุวัฒน์ฯ อายุ 30 ปี 4. นายวินัยฯ อายุ 53 ปี 5.นายเจนณรงค์ฯ อายุ 31 ปี 6.น.ส.จิราพัชรฯ อายุ 20 ปี และ 7.นายธงชัยๆ อายุ 28 ปี ซึ่งถูกจับกุมได้ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ฉะเชิงเทรา และเชียงราย

มุกใหม่คอลเซ็นเตอร์ ใช้เบอร์ 191 โทร หลอกว่ามีคดีติดตัว!

สาว18 อุ้มลูก ขอความเป็นธรรม ร้องถูกหลอกเปิดบัญชีม้า

ทลายเครือข่ายหลอกลงทุน สตริงเกอร์ กทม.
ทลายเครือข่ายหลอกลงทุนเทรดหุ้นทองคำ-น้ำมัน

โดยผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามซาติ, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบ และร่วมกันฟอกเงิน

ถูกจับกุมพร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หลายรายการ อาทิ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (PC) จำนวน 10 เครื่อง, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 2 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 53 เครื่อง (ผูกแอปพลิเคชันธนาคารพร้อมใช้งาน จำนวน 42 เครื่อง), เครื่องใหม่ จำนวน 11 เครื่อง), สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 1,113 เล่ม, บัตรกดเงินสด (ATM) จำนวน 1,065 ใบ และกล่องโทรศัพท์เปล่า จำนวน 77 กล่อง อีกทั้งยังได้ตรวจยึดทรัพย์สินมีค่า

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก มีผู้เสียหายได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. ว่าถูกกลุ่มคนร้ายได้สร้างบัญชีเฟชบุ๊กปลอมขึ้นมา ชักชวนลงทุนเทรดหุ้นทองคำและหุ้นน้ำมัน ผ่านแอปพลิเคชันปลอม โดยในช่วงแรกได้ผลตอบแทนจริงตามคำกล่าวอ้าง สามารถทำรายการเบิกถอนเงินได้ปกติ จนกระทั่งผู้เสียหายเริ่มลงทุนในจำนวนมากขึ้นและต้องการถอนเงิน แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ ซึ่งจากการสืบสวนเส้นทางการเงิน พบว่ากลุ่มคนร้ายได้ใช้บัญชีธนาคารม้าในการรับโอนเงินของผู้เสียหายและมีการยักย้ายถ่ายเทเงินที่ได้ไปยังบัญชีธนาคารบัญชีม้าอื่นๆ อีกหลายทอด จากนั้นได้ทำการแปลงสภาพเงินเป็นเงินดิจิทัลสกุล USDT และถูกโอนต่อไปอีกหลายทอดไปยังกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง

สอบถามเบื้องต้นผู้ต้องหาแต่ละรายให้การภาคเสธ โดย นายปรัชญาฯ ให้การยอมรับว่า ได้ร่วมกับนายภัทรกษิณฯ ในการจัดหาบัญชีธนาคารและบัญชีเทรดคริปโตม้า โดยได้รับการว่าจ้างจากนายทุนชาวมาเลเซีย โดยหลังจากจัดหาคนเปิดบัญชีธนาคารม้า พร้อมทั้งเปิดบัญชีเทรดคริปโต โดยมีการผูกแอปพลิเคชันธนาคารและแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนเหรียญดิจิทัลไว้ในโทรศัพท์มือถือในลักษณะพร้อมใช้งาน จากนั้นจะส่งโทรศัพท์มือกล่าวกล่าวไปยัง ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อส่งต่อไปยังฐานปฏิบัติการของกลุ่มคนร้ายในประเทศ สปป.ลาว โดยนายทุนชาวมาเลเซียจะจ่ายค่าจ้างประมาณ 10,000 บาท ต่อบัญชีม้าหนึ่งบัญชี

ทลายเครือข่ายหลอกลงทุน สตริงเกอร์ กทม.
ทลายเครือข่ายหลอกลงทุน เงินสะพัด 16,000 ล้าน!

ซึ่งจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า นายภัทรกษิณฯได้ให้ลูกน้องจดทะเบียนบริษัท และเช่าบ้านแห่งหนึ่งย่านเขตบางชัน กรุงเทพมหานครเป็นออฟฟิศ เพื่อใช้ในการฟอกเงิน และหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม พบว่า ในเดือน กรกฎาคม พ.ศ.2564 ถึง สิงหาคม พ.ศ.2566 มีรายได้จากการจัดหาบัญชีม้าให้กับกลุ่มนายทุน มากกว่า 28 ล้านบาท อีกทั้งยังพบว่า เคยส่งโทรศัพท์มือถือ (บัญชีม้า) ไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ประเทศไต้หวัน, ฟิลิปปินส์, กัมพูซา และมาเลเซีย ในประเทศ อาทิ  จังหวัดเชียงราย, จังหวัดตาก, จังหวัดสุรินทร์ จังหวัด สระแก้ว และจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นจังหวัดตามแนวตะเข็บชายแดน จากนั้นจะมีการลักลอบลำเลียงบัญชีม้าออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนั้นยังมีผู้ต้องหาชาวจีนและมาเลเชียที่หลบหนีอยู่ในต่างประเทศ จำนวน 9 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างประสานงานติดตามจับกุมตัว คือ 1. MR.HUORONG(ทั่วหรง) สัญชาติจีน 2. MR. SHENGWEI (เชิงเว่ย) สัญชาติจีน 3. MR. ZHIQIANG (จื้อเฉียง) สัญชาติจีน 4. MS. DI (ตี๋) สัญชาติจีน 5. MS. PEILING (เผยหลิง) สัญชาติจีน 6. MS.XIANLI (เซียนลี้) สัญชาติจีน 7. MR.FEIFEI (เฟยเฟย) สัญชาติจีน 8. MR.ZIHAO (จื้อเห่า) สัญชาติจีน และ 9. MR.TIAH (เตี๊ยะ) สัญชาติมาเลเซีย โดยรายที่ 1-5 เป็นกลุ่มผู้สั่งการหรือนายทุน ส่วนรายที่ 6-9 เป็นกลุ่มจัดหาบัญชีม้าและฟอกเงิน

อย่างไรก็ตามตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ห้วงพฤษภาคม 2565 ถึงปัจจุบัน กลุ่มคนร้ายมีการรับเงินดิจิทัสสกุล USDT ประมาณ 230 ล้านเหรียญ คิดเป็นเงินไทย มูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท และมียอดเงินหมุนเวียน กว่า 16,000 ล้านบาท ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าเป็นเงินที่ได้จากการกระทำความผิด

"9 ของไหว้ตรุษจีน" เช็กอาหารคาว-หวาน-ผลไม้มีอะไรบ้าง พร้อมความหมาย

เช็กสถิติหวยออกย้อนหลัง 15 ปี งวดประจำวันที่ 16 กุมภาพันธ์

ประกาศฉบับที่ 1 เตือนอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง

TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ