จากกรณีเมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้บุกจับกุม พระครูสุธีสุตวัฒน์วิวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม หลังร่วมมือกับนายปานจิตร พ่อค้าขายของในวัด ยักยอกเงินวัดกว่า 200 ล้านบาท ไปเป็นทรัพย์สินส่วนตัว ระหว่างปี 2561 ถึงปี 2566
25 ก.พ. ทีมข่าวลงพื้นที่ไปยังวัดราชประดิษฐฯ พบประชาชนยังคงเดินทางมาทำบุญตามปกติ ขณะที่ทีมข่าวพยายามติดต่อขอข้อมูลจากเจ้าอาวาส แต่พระลูกวัดแจ้งว่า เจ้าอาวาสไปรับกิจนิมนต์ ส่วนเจ้าหน้าที่วัดปฏิเสธให้ข้อมูล ระบุว่า เป็นไปตามข่าวที่ออกไปก่อนหน้านี้
รัฐบาลเตรียมดันไทยเป็นเจ้าภาพจัด “World Pride 2028”
เมื่อสอบถามผู้ที่อยู่ในวัด เกี่ยวกับผู้ช่วยเจ้าอาวาสที่ถูกจับกุม ก็ได้ข้อมูลว่า ผู้ช่วยเจ้าอาวาสรูปดังกล่าวเป็นพระหนุ่ม ที่ย้ายมาอยู่ที่วัดได้ประมาณ 10 ปี ปกติไม่ค่อยพูดจาและสุงสิงกับใคร ที่ผ่านมาพระในวัดไม่เคยระแคะระคายมาก่อนว่ามีการยักยอกเงินวัด ซึ่งพระบางรูปเพิ่งจะมารู้ตอนที่มีข่าว
สำหรับผู้ช่วยเจ้าอาวาสที่ถูกจับกุม เป็นผู้รับผิดชอบโครงการดูแลผลประโยชน์ของวัด ซึ่งจะได้เงินมาจากการให้เช่าที่ดิน และทางวัดได้พบความพบปกติเมื่อ 2-3 เดือนก่อน หลังพบว่า ผู้ช่วยเจ้าอาวาสนำเช็คเงินสดไปให้เจ้าอาวาสเซ็นอนุมัติ ก่อนนำมาแก้ไขตัวเลขบนเช็คในภายหลัง หรือนำเช็คเปล่าไปให้เจ้าอาวาสเซ็น
สอดคล้องกับข้อมูลของตำรวจที่ระบุว่า ผู้ช่วยเจ้าอาวาสและพวก ยักยอกเงินวัดไปแล้วกว่า 200 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2561 - 2566 โดยในจำนวนนี้แบ่งเป็น 120 ล้านบาท มาจากการให้เช่าที่ดิน ส่วนอีก 80 ล้านบาท เป็นเงินทำบุญที่ถวายให้กับวัด
ส่วนความคืบหน้าทางคดี ในวันที่ 24 ก.พ. มีรายงานว่า มีเพียงแค่นายปานจิตร ที่ยอมรับสารภาพ เพราะจำนนต่อหลักฐาน โดยเฉพาะเส้นทางการเงิน ที่มีเงินเข้าบัญชีกว่า 25-30 ล้านบาท ส่วนผู้ช่วยเจ้าอาวาส ยังให้การปฏิเสธและไม่ยอมเปล่งวาจาลาสิกขา ยอมเพียงแค่ถอดจีวร เปลี่ยนชุด เดินเข้าห้องขังเท่านั้น
หลังขั้นตอนการสอบปากคำ ช่วงเช้าวันที่ 25 ก.พ. พนักงานสอบสวน บก.ปปป. จะนำตัวทั้ง 2 คน ส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อฝากขังผัดแรก ระหว่างรอสรุปสำนวนตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป