วันนี้ 1 เม.ย.67 ) นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ พร้อมกับนายก้องภพ วรานุชิตกุล และน.ส.ชลิดา รังสิกุล ผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของที่ดินแปลงเลขที่ดิน 35 ตั้งอยู่บริเวณหาดนวล บนเกาะล้าน ม.7 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จัจ.ชลบุรี นำหลักฐานการบุกรุกที่ดินเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.กิตติพงษ์ แถลงกัน รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีกับนายวีระ นาทรัพย์ หรือ เสี่ยบอย ที่เคยมีข่าวเกี่ยวข้องกับวลี “เป้รักผู้การเท่าไหร่” กับพวกในข้อหา “ร่วมกันบุกรุก , ทำให้เสียทรัพย์, และลักทรัพย์”
สืบเนื่องจากเมื่อต้นเดือนธ.ค. 2566 นายก้องภพ และน.ส.ชลิดา ผู้รับมอบอำนาจ ทราบว่า มีผู้บุกรุกเข้าไปในที่ดินแปลงดังกล่าว เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่กว่าๆ ซึ่งในวันที่ 11 ธ.ค. 2566 นายก้องภพ น.ส.ชลิดา จึงได้เดินทางไปที่เกาะล้าน ซึ่งพบว่า มีผู้บุกรุกซึ่งไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดได้เข้ามาตัดทำลายต้นไม้ และมีการปรับไถที่ดิน พร้อมทั้งพ่นสีสเปรย์ตามรั้ว ตามต้นไม้ และนำเจ็ตสกีเข้ามาจอดชายฝั่งภายในเขตที่ดิน ซึ่งตอนนั้นไม่พบผู้บุกรุก ในวันที่ 3 ม.ค. 2567 จึงได้นำหลักฐานไปแจ้งความความที่ สภ.เมืองพัทยา กับ ร.ต.ท. กิตติพงษ์ พนักงานสอบสวน ไว้เบื้องต้น
จากนั้นในวันที่ 20 ก.พ. 2567 นายก้องภพ และน.ส.ชลิดา ได้เดินทางเข้าไปตรวจที่ดิน พบว่า มีการนำรถแบ็กโฮเข้าไปปรับไถหน้าดินจนเกลี้ยง มีการทุบกำแพงรั้ว แล้วก่อรั้วกำแพงเพิ่มเติมให้สูงขึ้น มีการติดป้ายห้ามบุกรุก และตัดทำลายต้นไม้ออกทั้งหมด ทั้งต้นไม้ที่เคยปลูกไว้ โดยเฉพาะต้นไม้เก่าแก่ เช่น ต้นโพธิ์ทะเลจำนวน 2 ต้น กอต้นกระบองเพชรจำนวนมาก ถูกเอาออกไปจากที่ดิน โดยมีคนงานทำงานอยู่ในพื้นที่ดินหลายคน และทราบว่าคนที่ว่าจ้างคนงานชื่อเสี่ยบอย และทางเสี่ยบอย ยังมีการข่มขู่ว่าที่อินดังกล่าวเป็นของบิ๊กตำรวจ จึงได้เข้าขอความช่วยเหลือจาก ทนายอนันต์ชัย
ด้าน ทนายอนันต์ชัย กล่าวว่า กรณีดังกล่าวผมสนใจเพราะมีชื่อนายบอย เป็นผู้กว้างขวางในพัทยา และมีนายตำรวจใหญ่ นายพล ต. ร่วมอยู่ด้วย ผมเลยสนใจเป็นพิเศษ และอยากฝากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ เมืองพัทยา ถ้าลูกความผมไม่ได้รับความเป็นธรรม ผมก็พร้อมจะรื้อเกาะล้านทั้งเกาะได้เช่นเดียวกัน ผมคนพูดจริงทำจริง ขออย่างเดียวอย่าเข้าข้างคนผิด
ทนายอนันต์ชัย ยังอีกว่า วันนี้จึงได้มาติดตามคดีครั้งแรกที่เคยแจ้งความไว้ และมาแจ้งความเพิ่มเติมในการดำเนินคดีกับนายบอย กับพวก เพิ่มเติมในข้อหา “ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และลักทรัพย์” จะให้เวลา 7 วัน และขอให้พนักงานสอบสวนทำการตรวจสอบและตรวจยึดของกลาง รถแบ็คโฮ เรือเจ็ตสกี