ชัดเจนแล้ว! บิ๊กต่าย ยันเซ็นคำสั่งให้“บิ๊กโจ๊ก” ออกจากราชการไว้ก่อน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




รักษาการผบ.ตร.ลงนามสั่ง ให้“บิ๊กโจ๊ก”พร้อมลูกน้องรวม 5 คน ออกจากราชการไว้ก่อน หลังพบเชื่อมโยงคดีฟอกเงิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเวลา 12.00 น.วันที่ 18 เม.ย. 2567 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้าพบนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

ซึ่งคาดว่าเป็นการมารายงานความคืบหน้าคดี ของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร.หลังเมื่อวานนี้(17 เม.ย.) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มอบอำนาจให้ทีมทนายความเลื่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนสน. เตาปูน ในคดีฟอกเงินเว็บพนันออนไลน์โดยขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 27 เม.ย.นี้

คอนเทนต์แนะนำ
“บิ๊กโจ๊ก” ยังไม่รู้ข่าวสะพัดถูกสั่งให้ออกจากราชการ!
“บิ๊กโจ๊ก” ยันบริสุทธิ์ ไม่รู้รายละเอียดหมายเรียก ลั่น อีกไม่นานความจริงปรากฏ

บิ๊กโจ๊ก ช่างภาพพีพีทีวี
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร.

ขณะเดียวกัน หลังพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เดินทางกลับ นายกรัฐมนตรีได้เรียกตำรวจจากสำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาหารือ คาดว่าเป็นการดูข้อกฎหมายว่าจะดำเนินการอย่างไรกับตำรวจ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพราะขณะนี้มาช่วยราชการที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากในการลงโทษยังมีประเด็นทุกเถียงว่า จะเป็นการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีหรือรักษาการ ผบ.ตร.

ล่าสุด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยืนยันว่าในกรณีดังกล่าวตนเองได้พิจารณาภายใต้ของกรอบกฎหมายว่าพฤติการแห่งคดีมีขนาดไหน จากการพิจารณาแล้วพบว่ามีความร้ายแรงของข้อเท็จจริงเกิดขึ้นจากการกระทำผิด ซึ่งขณะนี้ ก็ต้องถือว่าเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา จากการที่ศาลออกหมายจับ ทั้ง 5 ราย จึงจำเป็นที่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาทางวินัย ตามพ.ร.บ.ตำรวจ จากนั้นเราเห็นแล้วว่าพฤติกรรมต่างๆการสอบสวนของคณะกรรมการไม่สามารถเสร็จโดยเร็ว จึงให้ออกจากราชการไว้ก่อน และก็เป็นไปตามกฎก.ตร. ว่าด้วยการสั่งพักและให้ออกจากกราชการไว้ก่อน ทุกประการ การลงนามตนในฐานะรักษาการผบ.ตร.มีอำนาจตามกฎก.ตร.ตามมาตรา 105 และ มาตรา 108 ซึ่งมีอำนาจเช่นเดียวกับผบ.ตร. จากการที่กองอำนวยการวินัยเสนอขึ้นมา ตนเป็นผู้ลงนาม ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี ตนเองลงนามใน 2 คำสั่งนี้

แต่ในขั้นตอนก็คือต้องรายงานต่อนายกรัฐมนตรี เนื่องจากนายกฯเป็นผู้ออกคำสั่งให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี หลังจากนายกฯรับทราบแล้วสำนักงานปลักสำนักนายกรัฐมนตรีก็มีหนังสือ โดยนายกฯลงนามส่งตัวกลับสำนักงานตำรวจแห่ชาติ

เมื่อถามว่า ได้เซ็นคำสั่งให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อนแล้วหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า คำสั่งตั้งกรรมการสอบวินัยกับคำสั่งให้ออกจากราชการ ผมเป็นคนเซ็นคำสั่งเอง เซ็นเรียบร้อยแล้ว  มีผลวันที่ 18 เม.ย. 2567 แต่คำสั่งให้ออกจากราชการยังต้องดำเนินการตามกระบวนการต่อไปของพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เอาเป็นว่า ตอนนี้ได้ออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาทางวินัยกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อันเนื่องมาจากถูกกล่าวหาว่าทำผิดวินัยร้ายแรง และก็มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ซึ่งเป็นไปตามกฎของก.ตร.

เมื่อถามว่า มีการตั้งกรอบว่าจะให้ใช้ระยะเวลาสอบสวนเท่าไหร่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตามกฎหมายของตำรวจได้บัญญัติไว้ว่า การเริ่มกระบวนการและการขยายเวลาให้ดำเนินการภายใน 270 วัน ถ้าไม่เสร็จก็เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาเป็นคนเร่งรัด ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จ โดยคณะกรรมการสอบสอบสวนพิจารณาทางวินัยมี พล.ต.อ. สราวุฒิ การพานิช รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน

เมื่อถามว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สามารถยื่นอุธรณ์ได้หรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า เป็นสิทธิของท่าน ซึ่งคณะกรรมการที่ พล.ต.อ. สราวุฒิ เป็นประธานก็ให้โอกาสให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ชี้แจงข้อเท็จจริง อันนี้เป็นไปตามกฏของก.ตร. ขณะเดียวกันพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ก็สามารถใช้สิทธิในการร้องทุกข์ หรือ อุทธรณ์คำสั่งคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ