#ปากีไม่ตรงปก ช่างภาพขอโทษ หลังถ่ายรีวิวสินค้าลงเพจ จนละเลยเก็บภาพให้!


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ดราม่า #ปากีไม่ตรงปก ช่างภาพขอโทษ หลังละเลยเก็บภาพ มัวแต่ถ่ายรีวิวสินค้าลงเพจ ซ้ำยังยืนบัง-กดดันบล็อกเกอร์ดังให้หลบเฟรม

เมื่อเย็นวันที่ 18 เมษายน 2567 อัญชสา มงคลสมัย หรือ “ใบเฟิร์น” นักแสดงดังที่เป็นทั้งบล็อกเกอร์และยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยว เจ้าของเฟซบุ๊กเพจ “Bivoyage – ใบบันทึกเดินทาง” ออกมาโพสต์ข้อความ บอกเล่าสาเหตุที่หยุดอัปเดตเพจไป ระหว่างการเดินทางไปยังปากีสถาน พร้อมแนบรูปภาพและแพ็กเกจการเดินทาง ซึ่งมีรายละเอียดมาให้ทั้งหมดว่า เงินที่จ่ายไปนั้นเป็นค่าอะไรบ้าง

คอนเทนต์แนะนำ
ถกกันสนั่น! "ผีฮ่องกง" สรุปแล้วถ่ายภาพติดคนหรือผี?
อัปเดต "ผีฮ่องกง" ผับเผย ฟุตเทจกล้องวงจรปิดหาย กำลังกู้คืนข้อมูล!
โซเชียลวิจารณ์สนั่น! วางท่อน้ำทะลุเสาไฟฟ้า ผู้รับเหมาฯอ้างหลีกไม่ได้

ภาพใบเฟิร์น อัญชสา Bivoyage - ใบบันทึกเดินทาง
ใบเฟิร์น อัญชสา

ซึ่งหนึ่งในนั้นที่เป็นประเด็นของเรื่องนี้ คือ “ค่าช่างภาพมืออาชีพ” โดยโพสต์ดังกล่าวยังติดแฮชแท็ก #ปากีไม่ตรงปก และใบเฟิร์นได้ออกมาบอกเล่าเรื่องราวอย่างละเอียดว่า

1. เฟิร์นอยากไปปากีมานานมากๆ เป็นความฝันมาตลอด 10 ปี และที่ตัดสินใจมาตอนนี้ ไม่ช้าไปกว่านี้ เพราะเฟิร์นตั้งใจจะสร้างครอบครัวแล้ว ประเทศนี้เดินทางลำบากก็เลยต้องรีบเก็บก่อน และเลือกที่จะมากับสามีด้วยเพราะเราอยากมีความทรงจำในสถานที่แห่งความฝันของเฟิร์น

2. เฟิร์นเลือกรูปแบบ Private photo trip เพราะอยากไปแบบส่วนตัว คนน้อย ๆ มีคนที่อยากไปโดยจุดประสงค์เดียวกันคือถ่ายรูปสวย ๆ และที่สำคัญในรายละเอียดทริประบุว่า มี #ช่างภาพมืออาชีพ ให้สองท่าน คุณจะได้รูปสวย ๆ กลับไปแน่นอน และหนึ่งในช่างภาพเป็น #บล็อคเกอร์ ที่เราชื่นชอบผลงาน นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เฟิร์นจอง เพราะเฟิร์นก็อยากมีรูปสวยๆ กับสามีเฟิร์นบ้าง ที่ผ่านมาที่ทุกคนเห็นว่าเฟิร์นไม่มีรูปคู่กันเท่าไหร่ เพราะไม่มีคนถ่ายให้ค่ะ แต่ทริปนี้ในที่สุดก็จะมีรูปคู่บ้างแล้ว

3. เนื่องจากว่าเราพอจะรู้จักทางช่างภาพส่วนตัว เราเลยถามรายละเอียดทริปผ่านทางช่างภาพมาโดยตลอด เฟิร์นทักไปถามครั้งสุดท้ายในวันที่ 13/2 และทำการจองตั๋วเครื่องบินวันที่ 14/2

4. ในวันที่ 15/2 ทางช่างภาพได้ดึงเราเข้ากรุ๊ปไลน์รวมกับผู้ร่วมทริปท่านอื่น เพื่อที่จะแจ้งว่าทริปนี้จะไม่ใช่ Private trip แต่จะกลายเป็น Join trip เอาแล้วสิ กลิ่นเริ่มแปลกๆ  แต่ด้วยความไว้ใจเพราะเห็นว่ารู้จักกันอยู่ ก็ไปต่อ (ไม่น่าเลย)

5. ขอให้ข้อมูลเพื่อความเข้าใจ “ปากีสถานเที่ยวเองไม่ได้นะคะต้องมี Local guide นำเที่ยว ส่วนใหญ่เลยจะเป็นรูปแบบที่มีทัวร์ฝั่งไทยจัด และไปร่วมกับฝั่ง Local อีกทีค่ะ”

6. ช่วงระหว่างเดินทาง 5-15 เมษายน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ทริปนี้ไม่ใช่ทั้ง private เพราะการที่นำเราไปรวมกับกรุ๊ปทัวร์อื่นๆ อีกถึง 9 คน (ที่ซื้อทัวร์จากที่อื่นมา ไม่ใช่ในรูปแบบ Photo trip แต่ก็ดันต้องเอามารวมกันเพื่อให้เต็มรถ) ทำให้เราไม่สามารถถ่าย Landscape ได้อย่างที่ตั้งใจ เนื่องจากจำนวนคนที่เยอะมากต่อ 1 สถานที่ กับเวลาอันจำกัด

7. ซ้ำแล้วเมื่อบอกว่าเป็น Photo trip ก็ดูจะไม่ใช่อีกเช่นกัน ทั้งรูปแบบการเที่ยวที่เป็นเหมือนทัวร์ปกติ หรือที่บอกว่ามีช่างภาพมืออาชีพ ก็ไม่ได้ช่วยถ่ายรูปให้ลูกทัวร์อย่างคำที่โฆษณา แต่กลับเอาสินค้ามากมายมาถ่ายเพื่อ #รีวิวลงเพจ ของตัวเอง เรียกได้ว่ารับงานซ้อนงาน แต่ให้ความสำคัญกับงานซ้อนมากกว่างานหลัก

เปิดภาพที่ ใบเฟิร์น ถ่ายขณะท่องเที่ยว Bivoyage - ใบบันทึกเดินทาง
ภาพที่ ใบเฟิร์น ถ่ายขณะท่องเที่ยว

8. และถึงแม้ในบางสถานที่จะไม่ได้เอาสินค้ามาถ่ายรีวิวลงเพจตัวเอง แต่ช่างภาพทั้งสองท่าน (ซึ่งเป็นครอบครัวเดียวกัน) ก็มักจะถ่ายรูปกันเองอยู่สองคน

9. นี่ยังไม่นับมารยาทในการถ่ายรูปร่วมกับผู้อื่น ทั้งบังเฟรม ขวางเฟรม หรือการกดดันให้เฟิร์นที่ถ่ายอยู่ตรงนั้นต้องหลบไป ทั้ง ๆ ที่เฟิร์นจ่ายค่าทริปมา และเขาเป็นช่างภาพ นี่เฟิร์นเข้าใจผิดไปเองหรอว่าเฟิร์นควรจะได้ Priority ในการถ่ายก่อนเขา

10. เมื่อความไม่พอใจเกิดขึ้น เริ่มเกิดการพูดคุยเรื่องเงินส่วนต่างที่ควรจะได้รับเพราะเราไม่ได้เดินทางในรูปแบบที่เราซื้อมา (private tour)

11. ทางช่างภาพแจ้งอยู่หลายครั้งว่าจะประสานทางทัวร์ให้

12. จนวันที่เฟิร์นกลับไทยมา เฟิร์นติดต่อไปทางทัวร์เพื่อร้องเรียนเรื่องที่เกิดขึ้น แต่กลับต้องพบว่า “ทางทัวร์ไม่ได้ operate ทริปนี้มาตั้งแต่ 12/2 แล้ว และเงินอยู่ที่ช่างภาพทั้งสองทั้งหมด” (เฟิร์นจอง 14/2 แปลว่าจริง ๆ ช่างภาพควรจะแจ้งเฟิร์นก่อนจองเพราะมันมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นก่อนแล้ว ถ้าแจ้ง เฟิร์นจะได้ไม่จองไง)

13. สาเหตุที่ทางทัวร์ไม่ได้ operate แล้วเป็นเพราะทางช่างภาพขอเปลี่ยน Local ฝั่งปากี ซึ่งไม่ใช่ partner กับฝั่งทัวร์เดิม จึงทำให้ทัวร์ไม่ได้ดำเนินการกับทริปนี้ต่อ ….. ที่ผ่านมาทางช่างภาพมีโอกาสหลายครั้งที่จะแจ้งพวกเราแต่เลือกที่จะไม่แจ้ง ไม่พอ ยังเลือกที่จะพูดให้ลูกทัวร์เข้าใจว่าเงินทั้งหมดอยู่ที่ทัวร์อีกต่างหาก

14. หลังจากนั้น เฟิร์นได้รับรู้อีกหลายเรื่องที่ทางช่างภาพพูดในวันที่เคลียร์กัน ไม่ตรงกับข้อมูลที่เฟิร์นมาคุยกับทางทัวร์ทีหลัง เช่น บทบาทการมาในครั้งนี้ของทางช่างภาพทั้งสองที่เขาแจ้งว่าเขาไม่ได้ต้องมาถ่ายคนแต่มาเพื่อถ่ายวิว แต่ทางทัวร์แจ้งอย่างชัดเจนว่าได้ตกลงกับช่างภาพว่าต้องมีการถ่ายคนด้วย

15. กว่าทางช่างภาพจะยอมรับในข้อนี้ก็ตอนที่เราประชุมรวมกันทุกฝ่าย แต่อย่างไรก็ตาม หลังจบทริปเมื่อเราได้รูปแล้วก็พบว่าช่างภาพทั้งสองไม่ได้ทำหน้าที่ตัวเองอย่างเต็มที่ ลูกทัวร์ไม่ได้มีรูปครบทุกคน ครบทุกสถานที่ ลูกทัวร์บางคนมีรูปจากตากล้องท่านหนึ่งเพียงแค่ 2 รูปเท่านั้น จากทริป 10 วัน ช่างภาพให้เหตุผลว่า มัวแต่โฟกัสกับการถ่ายรีวิวลง #เพจตัวเอง เลยอาจจะทำหน้าที่ไม่ได้เต็มที่

16. ลูกทัวร์ต้องการเหตุผลจากทางช่างภาพว่าทำไมถึงเปลี่ยนโลคอลโดยไม่บอก เพราะนั่นคือสาเหตุที่พวกเราไม่สามารถเดินทางแบบ private photo trip ได้อย่างที่ตั้งใจ ซึ่งเหตุผลที่ทางช่างภาพบอกเป็นการ Discredit คนอื่นที่ไม่มีอะไรพิสูจน์ได้จริง จนสุดท้ายถึงจะพูดว่า “กลัวลูกทัวร์จะรู้ว่าใช้โลคอลเจ้าไหนแล้วไปจองตรง หรือถ้าใครได้ราคาดีกว่าแล้วจะมาขายตัดราคา” เราในฐานะลูกทัวร์เรามองว่าเรื่องนี้ไม่ยุติธรรมกับผู้บริโภคเลย เราควรมีสิทธิเลือก โดยเฉพาะเมื่อคุณไม่สามารถให้สินค้าเราที่ตรงตามคำโฆษณาได้

เปิดภาพราคาแพคเกจรวมของทริปปากีสถาน Bivoyage - ใบบันทึกเดินทาง
ภาพราคาแพคเกจรวมของทริปปากีสถาน

17. มาถึงตรงนี้เราเริ่มสับสนบทบาทแล้วว่าสรุปช่างภาพทั้งสองมาในฐานะอะไรกันแน่? ช่างภาพก็ไม่น่าใช่เพราะไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้ เพื่อนชวนเที่ยว? ก็ไม่น่าใช่เพราะทั้งสองท่านยอมรับด้วยตัวเองว่าต้องการกำไรจากการจัด หรือจะเป็นทัวร์?  แต่เป็นทัวร์มันต้องมีใบอนุญาตนี่นะ ไม่ใช่ใครก็ทำได้ ก็แปลว่า?

18. ถึงแม้จะมีรายละเอียดอื่นๆมากกว่านี้แต่เราขอสรุปเลยแล้วกันค่ะว่าลูกทัวร์ได้เงินคืนจากตากล้องกันคนละ 8,400 บาท แต่ถ้าถามเรามันไม่ได้มีความหมายอะไรมากมายถ้าเทียบกับสิ่งที่เราเสียไป เวลา ความรู้สึก ประสบการณ์ ความทรงจำต่างๆที่มันแย่มากๆ ความฝันเป็น 10 ปีของเรามันกลายเป็นแบบนี้ ทริปนี้รูปคู่เราก็เป็นรูปเซลฟี่เหมือนเดิม บางสถานที่สวยๆ ก็ไม่ได้มีรูปถ่ายด้วยซ้ำ

19. จริงๆ เรื่องนี้เราตั้งใจจะเล่าแค่ในเฟสบุคส่วนตัวที่มีเพื่อนหลักร้อยเท่านั้น แต่หลังจากลงไปมีคนแจ้งเรื่องเพิ่มเติมของช่างภาพทั้งสองถึงความไม่โปร่งใสและความไม่โปรในการทำงาน ทำให้เราตัดสินใจลงเรื่องราวในเพจเพื่อ #เตือนภัย

20. ใครจะซื้อทัวร์อะไรอย่าดูเพียงแค่ผลงาน ให้ดูประสบการณ์จริงจากผูัร่วมทริปก่อน ๆ ด้วย และก่อนไปทัวร์ไหนอย่าลืมถามหาใบอนุญาตนะ อันนี้สำคัญมาก บางคนรู้หน้าไม่รู้ใจ ขนาดรู้จักกันยังไม่รู้ใจกันเลย

21. และสำหรับคนทำงานก็ขอฝากไว้ มีฝีมือก็ใช้ฝีมือทำงาน อย่าใช้หัว (หมอ) ทำงานเลยค่ะ เงินอะใครก็อยากได้ แต่อย่าอยากได้เงินบนความเดือดร้อนของคนอื่นแบบนี้เลยค่ะ #ฝากไว้ให้คิด

ปล. ทัวร์โลคอลฝั่งปากีดีมาก ๆ ค่ะ (ใครอยากไปปากีแล้วอยากได้ชื่อทัวร์โลคอล เฟิร์นพร้อมแนะนำต่อนะคะ เค้าดูแลดีจริง ๆ) น้า ๆ บนรถที่ได้ร่วมทริปกันก็ดีมาก ๆ เพื่อนร่วมทริปคนอื่น ๆ ก็ดีมากเลยค่ะ ในเรื่องที่เกิดขึ้นก็ยังเจอคนดีอยู่นะ ขอบคุณทุกคนค่ะ

หลังจากที่ ใบเฟิร์น โพสต์เรื่องราวดังกล่าว ก็มีผู้เข้ามากดรีแอคกว่า 1.8 หมื่นครั้ง แชร์กว่า 5.9 พันครั้ง และแสดงความเห็นกว่า 974 ความเห็น ตัวอย่างความเห็น เช่น “แย่มากๆ ในฐานะคนเดินทางคนนึง ประสบการณ์ในการเดินทางแต่ละครั้งกว่าจะได้มา มันแลกกับหลายอย่าง เวลา จังหวะ ช่วงวัย เงิน และมันควรจะได้ประสบการณ์ที่มีค่ามากกลับมา แต่ต้องถูกพรากไปจากคนแย่ๆแบบนี้ เชียร์ให้เอาเรื่องให้ถึงที่สุดเพื่อไม่ให้เค้าทำแบบนี้กับใครอีก”

หรือจะเป็น “โอ้ววว …. เอาใจช่วยครับ” “อ่านแล้วเสียความรู้สึกมาก ไปทริปนอกจากเสียเงินแล้ว เวลามันเรียกคืนไม่ได้, เป็นกำลังใจให้นะค่ะ ขอบคุณที่มาส่งข่าว เกือบจองไปเหมือนกันค่ะ” “รู้สึกแย่แทน ปาใจรัวๆน้า ไม่เป็นไรไปใหม่ๆ” และ “เชียร์ให้เอาเรื่องให้ถึงที่สุดเพื่อไม่ให้เค้าทำแบบนี้กับใครอีก”

ภาพโพสต์ชี้แจงของช่างภาพ Facebook ส่วนตัวของช่างภาพ
โพสต์ชี้แจงของช่างภาพ

ต่อมา หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ หนึ่งในสองช่างภาพได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า สวัสดีครับทุกคน ผมเนลสันและนิว นะครับ ผมและนิวอยากแสดงความขอโทษในฐานะช่างภาพประจำ photo trip ปากีสถาน เมื่อวันที่ 5-15 เมษายนที่ผ่านมา และขอยอมรับความผิดพลาดทุกประการที่เกิดขึ้น ทั้งการปฏิบัติหน้าที่ช่างภาพได้ไม่ดี การดูแลจัดการทริปได้ไม่ดี ซึ่งทำให้ผู้ร่วมทริปเสียความรู้สึกอย่างไม่น่าให้อภัย

รวมไปถึงการที่ผมกล่าวว่า ผมมาทำหน้าที่ ถ่ายภาพ landscape ซึ่งเป็นการปัดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง ผมต้องขอโทษที่พูดออกไปโดยไม่ทันได้ไตร่ตรองให้ดี และ ไม่ได้ตระหนักว่าตนเองมาทริปในฐานะ หน้าที่อะไร

อีกทั้ง เราสองคนเองได้ทำสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่งในฐานะผู้ดูแลทริป ซึ่งก็คือการนำสินค้าไปรีวิวระหว่างทริป จนทำให้ปล่อยปละละเลยหน้าที่สำคัญ คือ การดูแล และถ่ายภาพให้กับผู้ร่วมทริป ซึ่งต้องขออภัยผู้ร่วมทริป และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ทำให้เกิดความเสียหาย

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมและนิวต้องการขออภัยผู้ร่วมทริปนั่นก็คือ การบังมุมคนอื่นๆ ซึ่งหลายครั้ง ผมก็สนใจอยากถ่ายภาพที่อยู่ตรงหน้า จนทำให้ไปบังกล้อง และปรากฏอยู่ในกล้องของผู้ร่วมทริปท่านอื่นๆ รวมไปถึงการถ่ายภาพของตนเองก่อนผู้ร่วมทริป ซึ่งเป็นการประพฤติอย่างไม่มีความเป็นมืออาชีพในฐานะช่างภาพ ที่จำเป็นต้องแนะนำเทคนิคการถ่ายภาพ และถ่ายภาพให้ผู้ร่วมทริปก่อนตนเอง

ผมและนิวรู้ตัวดีว่า ไม่สามารถชดเชยความรู้สึกเหล่านั้นกลับคืนมาให้กับผู้ร่วมทริปทุกท่านได้ สิ่งที่ผมและนิวได้รับในวันนี้ ถือว่าสมควรแล้วกับการกระทำของเราสองคน

ผมและนิวจะนำบทเรียนที่ได้รับในครั้งนี้ มาเป็นเครื่องเตือนใจ และปรับปรุงตนเองต่อไป

ขอโทษทุกท่านจากใจจริงครับ

ภาพโพสต์ชี้แจงของช่างภาพ Facebook ส่วนตัวของช่างภาพ
โพสต์ชี้แจงของช่างภาพ

หลังโพสต์ชี้แจงดังกล่าว ช่างภาพอีกรายก็ออกมาโพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเช่นกัน ระบุว่า สืบเนื่องจากทริปปากีสถานของนิวและเนล เมื่อวันที่ 5-15 เมษายน ที่ผ่านมานั้น นิวและเนลต้องขออภัยผู้ร่วมทริปทุกคน ในแง่ของการบริหารจัดการทริป, การดูแลผู้ร่วมทริปได้ไม่ดีพอ และ ทำให้ทริปไม่ได้เป็นไปตามที่ทุกคนคาดหวัง นิวและเนลต้องขอโทษผู้ร่วมทริปทุกคนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย จากใจอีกครั้งหนึ่งด้วยค่ะ

 

ที่มา : Bivoyage - ใบบันทึกเดินทาง

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านแล้ว! ล้างแค้นถูกโดรน-ขีปนาวุธถล่ม

คุณสมบัติ ครอบครัวอุปถัมภ์ผู้สูงอายุ รับ 3,000 บาท

สรุป 4 ทีมสุดท้ายพร้อมโปรแกรมยูโรป้า ลีก รอบรองชนะเลิศ

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP สังคม
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ