เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 19 เม.ย. 67 เฟซบุ๊กชื่อ “Yuttasak Kampanya” ซึ่งเป็นหัวหน้าสมาคมร่วมใจกู้ภัยเมืองเลย จ.เลย ลงโพสต์ส่วนตัว มีข้อความว่า “ประกาศ สมาคมร่วมใจกู้ภัยเมืองเลยงดให้บริการจับ สุนัข และแมว มีเจ้าของหรือไม่มีก้อตาม ทุกกรณี เพราะกลัวติดคุก”
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังสมาคมร่วมใจกู้ภัยเมืองเลย อ.เมืองเลย เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง จากนายยุทธศักดิ์ คำปัญญา อายุ 43 ปี หัวหน้ากู้ภัยฯ และเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว
นายยุทธศักดิ์เปิดเผยว่า หลังมีข่าว สุนัขชื่อ “ซาร่า” ตาย ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นั้น มองว่าการช่วยเหลือสุนัขหรือแมว หากไปจับแล้วเกิดอะไรขึ้นมา อาจเจอโทษจากกฎหมายคุ้มครองที่ค่อนข้างรุนแรง
“ไม่ว่าจะเป็นช่วยเหลือสุนัขหรือแมว จะมีกฎหมายคุ้มครองแล้วก็กฎหมายค่อนข้างที่จะรุนแรง เราเป็นอาสาสมัครกู้ภัยฯ การที่เราได้รับการร้องขอจากชาวบ้าน ก็ไปช่วยเหลือตามที่เราช่วยเหลือได้ แต่จะมีปัญหาเรื่องอุปกรณ์ในการจับสัตว์ไม่ว่าหมาหรือแมว ที่ราคาค่อนข้างสูง เราก็ไม่มีอุปกรณ์ในการไปจับ” นายยุทธศักดิ์กล่าว
เขาเสริมว่า “ถ้าเกิดเราไปจับแล้วโดนฟ้อง หรือแจ้งความดำเนินคดี มันเป็นผลเสียของพวกเรา เนื่องจากเราเป็นอาสาสมัคร ทำงานโดนไม่ได้หวังผลกำไรอยู่แล้ว เราช่วยด้วยใจ การที่จะโดนคนใดคนหนึ่งหรือองค์กรมาฟ้องและแจ้งความจับ มันไม่ยุติธรรมสำหรับคนปฏิบัติงาน”
นายยุทธศักดิ์บอกอีกว่า “เรามีจิตใจที่จะช่วยแต่ต้องกลับมาโดนฟ้อง เราไปช่วยด้วยความตั้งใจ แต่ฟีดแบ็กกลับมาโดนแจ้งความข้อหาทารุณสัตว์ ซึ่งจริง ๆ เราไม่ได้ทารุณสัตว์ แต่อุปกรณ์ของเราทำขึ้นมาเองแบบบ้าน ๆ ไม่ใช่อุปกรณ์ที่มาตรฐานและราคาสูง”
นั่นทำให้พวกตนตัดสินใจงดการช่วยเหลือผู้ที่ร้องขอมาไว้ก่อน โดยจะขอรอดูเคสที่ จ.พระนครศรีอยุธยาก่อน ว่าผู้ที่ช่วยเหลือจนหมาตายจะถูกดำเนินคดีหรือไม่ จะของดออกไปจับหรือช่วยเหลือสุนัขและแมวไว้ก่อน
ด้าน เดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ “ทนายเดชา” โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ทนายคลายทุกข์ ว่า “กู้ภัยกลัวติดคุกไม่รับงาน จับหมาจับแมว ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่า ถ้ากระทำโดยสุจริตไม่มีความผิดครับ ทำดีต่อไปเถอะครับ”
ทนายเดชาเสริมว่า บุคคลใดจะต้องรับโทษทางอาญาบุคคลนั้นต้องมีเจตนาทางอาญาหมายถึงเจตนาร้ายถ้าเจตนาดีไม่มีความผิดครับกฎหมายยกเว้นความผิดอยู่แล้ว ดังนั้นการที่กู้ภัยจับแมวจับหมาถ้ากระทำการโดยสุจริตไม่ได้เจตนาที่จะทรมานสัตว์หรือฆ่าสัตว์ก็ไม่มีความผิดใดใดทั้งสิ้นไม่ต้องกลัว