จากกรณีเที่ยวบิน SQ321 ของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส เส้นทางลอนดอน-สิงคโปร์ ขอลงอนุญาตลงจอดฉุกเฉินจากเหตุตกหลุมอากาศ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 30 รายนั้น
ล่าสุด นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชี้แจงว่า หลังจากนักบินประสานสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อขอลงฉุกเฉิน แล้วมีการนำเครื่องลงประมาณ 15.50 น. หลังจากเครื่องลงจอดแล้วฝ่ายแพทย์สนามบินสุวรรณภูมิได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ตามแผน หลังจากสำรวจพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากและมีผู้เสียชีวิต
จากนั้นจึงมีการประกาศเข้าแผนฉุกเฉิน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้เข้าพื้นที่เครื่องบินเข้าจอด และมีการอพยพผู้โดยสารทันที ทั้งนี้สำหรับยอดผู้บาดเจ็บวิกฤติ 7 ราย ผู้ป่วยบาดเจ็บปานกลาง 23 ราย และลูกเรือ 1 ราย ผู้บาดเจ็บปานกลาง 9 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 16 ราย ส่วนผู้โดยสารที่อยู่ที่บริเวณพักรอของผู้โดยสารและพร้อมเดินทางต่อไปที่ประเทศสิงค์โปร์ 30 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตยืนยัน 1 ราย ส่วนสาเหตุเบื้องต้นทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นโรคหัวใจ โดยเป็นคนสัญชาติอังกฤษ อายุ 73 ปี ส่วนเที่ยวบินที่จะมารับผู้โดยสารเดินทางต่อไปที่สิงค์โปร์จะมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 21.45-22.00 น. โดยมีผู้โดยสารประมาณร้อยกว่าคนที่พร้อมจะเดินทางต่อ ซึ่งทุกคนอยู่ในสภาวะสุขภาพจิตที่ดี
ทั้งนี้ผู้เสียชีวิตมี 1 ราย โดยเป็นการเสียชีวิตบนเครื่องบิน ส่วนคนที่บาดเจ็บวิกฤติ เท่าที่เห็นคร่าวๆคือหัวแตก และปวดแขน ปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งรองนายกฯและรมว.คมนาคม เป็นห่วงความปลอดภัยผู้โดยสาร จึงได้สั่งการเน้นย้ำดำเนินการให้ดีที่สุด ขอให้รวดเร็วและเป็นมาตรฐาน นำส่งโรงพยาบาลให้ทันเวลา ซึ่งเราได้นำส่งโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ และโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ จะมีการนำส่งโรงพยาบาลในเครือต่อไป
ส่วนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นยืนยันว่าเกิดจากหลุมอากาศแน่นอน ส่วนการสอบสวนอุบัติเหตุในครั้งนี้สำนักงานการบินพลเรือนของไทยจะเข้าพื้นที่ และสอบสวนนักบินต่อไปอีกครั้งหนึ่ง
ในส่วนของผู้โดยสารในเครื่องบินดังกล่าวน่าจะไม่มีคนไทย เพราะเครื่องเดินทางจากประเทสอังกฤษและจะเดินทางไปประเทสสิงค์โปร์